เฉินต้องการเข้ามาดูในโลงศพว่าตกลงแล้วเป็นกระบี่เซวียนหยวนหรือไม่โดยไม่คิดชีวิต แต่ตอนนี้เพียงจะทดสอบเสียหน่อยก็ยังต้องไตร่ตรอง สองสถานการณ์นี้มีความแตกต่างกันมากจริงๆ นี่ไม่เหมือนกับสถานการณ์ที่ต้องการเห็นของในโลงศพโดยไม่สนใจทุกสิ่งทุกอย่าง ตอนนั้นเย่เทียนเฉินไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นหรือจะตาย แต่ตอนนี้เมื่อเห็นความสบายอกสบายใจของปรมาจารย์กระบี่ ราวกับว่าจะต้องตายโดยไม่ต้องสงสัยเช่นนั้น เกรงว่าใต้หล้านี้คงไม่มีใครโง่ถึงขั้นที่รู้ว่าเป็นเรื่องที่จะต้องตายแน่นอนแล้วยังจะไปทำให้ได้อีกล่ะมั้ง?
“จริงเหรอครับ? ผมว่านะท่านปรมาจารย์กระบี่ ไม่ใช่ว่าคุณกำลังหยอกล้อผมอยู่เหรอ? ยอดฝีมือขั้นสุดท้ายของขอบเขตนักรบจักรพรรดิก็ยังตาย คุณจะให้ผมที่มีความสามารถอยู่ในขอบเขตนักรบราชันไปลองดู นี่ไม่ได้เป็นการรนหาที่ตายเหรอไงครับ?” เย่เทียนเฉินเห็นว่าปรมาจารย์กระบี่ดูคล้ายกับกำลังหยอกล้อตนจึงพูดออกมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก
ปรมาจารย์กระบี่อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง เห็นได้ชัดว่าเขาคิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะมองตนออกอย่างทะลุปรุโปร่งเช่นนี้จนต้องทำหน้าสลด แต่ไม่นานก็ฟื้นคืนสู่ความสงบนิ่ง พูดด้วยท่าทีของผู้อาวุโสยอดฝีมือที่เคร่งขรึมจริงจังเป็นอย่างมากว่า “เป็นชนรุ่นหลังต้องฟังคำพูดของผู้อาวุโสให้มาก ข้าอาบน้ำร้อนมาก่อนเจ้า เจ้าคิดดูหน่อยเถิด เมื่อปีนั้นไม่ใช่ว่าจักรพรรดิเหลืองเป็นเพียงคนธรรมดาหรือ เรียกได้ว่าเป็นคน