งพูดให้ผมฟังไม่หมดละมั้ง มาเปิดอกคุยกันดีหรือเปล่า?” เย่เทียนเฉินพูดอย่างไม่พอใจ
เดิมทีเย่เทียนเฉินคิดว่าปรมาจารย์กระบี่ท่านนี้เป็นผู้อาวุโสที่ไม่เลวคนหนึ่ง เพียงแต่จากคำพูดและสายตาของเขา เย่เทียนเฉินยังคงเห็นการหยอกล้ออยู่บ้าง เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ถูกชายชราผู้นี้หลอกลวง เย่เทียนเฉินจึงพูดอย่างไม่รีบไม่ร้อน ต้องการล้วงข้อมูลออกมาจากปากปรมาจารย์กระบี่ท่านนี้อีกสักหน่อย เช่นนั้นก็จะดีมาก
“นี่เป็นคำพูดที่เจ้าพูดกับผู้อาวุโสหรือ? ข้าบอกให้เจ้าทดสอบก็ทดสอบไปเถอะ เจ้าไม่ต้องการทิ้งชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ให้ได้รับการกราบไหว้จากคนนับหมื่นจริงหรือ?” ปรมาจารย์กระบี่ก็มองไปที่เย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
“ไม่อยาก!” เย่เทียนเฉินตอบอย่างชัดเจน
“งั้นเจ้าต้องการทำอะไร?” ปรมาจารย์กระบี่คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเย่เทียนเฉินจะฉลาดเช่นนี้ เหมือนกับมองแผนการของเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่งอย่างไรอย่างนั้น ทำให้เขาโกรธจนสั่นไปทั้งร่าง
“ต่อให้ผู้คนกราบไหว้ ได้รับความชื่นชมมากมาย ก็เป็นเพียงคนตายเท่านั้น ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงย่อมต้องการชีวิตยืนยาว ดังนั้นสิ่งที่คุณพูดดึงดูดผมไม่ได้หรอก!” เย่เทียนเฉินส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น
ปรมาจารย์กระบี่ชะงักไป อดไม่ได้ที่จะสำรวจเย่เทียนเฉินอย่างจริงจัง ราวกับต้องการมองเย่เทียนเฉินให้ทะลุปรุโปร่ง สิ่งที่จะทำให้เขาคิดไม่ถึงก็คือ ชายหนุ่มอายุน้อยคนนี้ถึงกับมีใจแน่วแน่ดั่งวีรบ