ีกครั้ง ขาซ้ายของเขาจมลงไปจนเกิดรอยเท้าลึกบนแผ่นหินที่พื้น เย่เทียนเฉินขมวดคิ้ว ตงฟางเมิ่งก็มองจนตกตะลึง เธอยืนอยู่ที่มุมหนึ่งในห้องหิน ต่อให้ไม่ได้รับพลังเส้นทางแห่งปราชญ์ที่แผ่ออกมาจากโลงศพก็ยังรู้สึกได้ สัมผัสได้ถึงความเผด็จการของพลังนั้น พลังนั้นยังเอาแต่ต่อต้านไม่ได้โจมตี ทำให้คนรับไม่ไหว พลังแห่งเส้นทางปราชญ์เป็นพลังที่ไม่อาจจินตนาการได้เลยจริงๆ
เปรี๊ยะ!
ตู้ม!
เย่เทียนเฉินฝืนขยับขาขวาของตนเดินไปอีกก้าว เกิดสถานการณ์เช่นเดียวกัน ขาขวาของเขาจมลงไปจนปรากฏรอยเท้าลึกบนพื้น เหนือศีรษะราวกับมีภูเขาลูกหนึ่งกำลังกดทับลงมา เพียงแต่ภูเขาลูกนี้ไม่ได้โจมตี ทำเพียงขัดขวางเล็กน้อยเท่านั้น ดีที่กระบี่ไท่อาและกระบี่อวี๋ฉางยังแผ่พลังต้นกำเนิดออกไปด้วยตัวมันเองเพื่อขวางพลังเส้นทางแห่งปราชญ์ส่วนนั้นเอาไว้ มิฉะนั้นเย่เทียนเฉินอาจจะถูกพลังกดทับจนกลายเป็นกองเลือดไปแล้ว
“ไอ้โง่ รีบกลับมาซะ ยอมแพ้เถอะ นายเดินไปไม่ถึงโลงศพหรอก เดี๋ยวจะตายเอา!” ในตอนนี้ตงฟางเมิ่งเห็นเย่เทียนเฉินเดินไปที่โรงศพอย่างไม่คิดชีวิตจริงๆ เพิ่งจะเดินไปได้สองก้าวเล็กๆ ก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้คนต้องหวาดกลัวเช่นนี้แล้ว หากเดินไปถึงเบื้องหน้าโลงศพหินจริงๆ ถ้าถูกโจมตีจนจมลงไปในดินแบบนั้นจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหรือ?
“ต่อให้ตายฉันก็จะไม่ยอมแพ้ ฉันเชื่อว่าจะต้องครอบครองกระบี่เซวียนหยวนได้แน่!” เย่เทียนเฉินกัดฟันเดินไปยังโลงศพหินต