นั้นลอยอยู่บนอากาศ ด้านล่างปรากฏเส้นทางแห่งหนึ่ง ตงฟางเมิ่งไม่ลังเลแม้แต่น้อย แม้เธอต้องการกำจัดผู้ทรยศให้พรรคสุสานโบราณสะอาดสะอ้าน แต่จะอย่างไรเธอก็ไม่ยอมตายโง่ๆ ไม่ยอมตายไปโดยเปล่าประโยชน์ จึงพาเย่เทียนเฉินเดินเข้าไป ชั่วขณะที่เธอและเย่เทียนเฉินเพิ่งจะเข้าไปนั้นโลงศพน้ำแข็งก็กดทับปิดทางเดินลงมา เธอพยุงเย่เทียนเฉินเดินเข้ามาจนถึงห้องหินแห่งนี้ ไม่รู้ว่าเป็นสถานที่ใด เมื่อเห็นว่าหลี่ชิวสุ่ยไม่ได้ไล่ตามมาจึงหยุดและเริ่มขับเคลื่อนพลังภายในรักษาอาการบาดเจ็บ
“ศิษย์พี่ใหญ่ของเธอจะโหดเกินไปหรือเปล่า หน้าตาก็สวยไม่เลวเลยทีเดียว!” เย่เทียนเฉินจงใจกล่าวหยอกเย้า เขาต้องการทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเสียบ้างด้วยกลัวว่าตงฟางเมิ่งจะคิดถึงเรื่องที่ทั้งสองร่วมฝึกฝนขึ้นมา หากตอนนี้อีกฝ่ายลงมือฆ่าตน ตนคงตายอย่างอยุติธรรมแล้ว!
“ไร้ยางอาย!” ตงฟางเมิ่งกรอกตาใส่เย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
เย่เทียนเฉินเห็นว่าเหมือนตงฟางเมิ่งจะไม่ตะโกนว่าจะฆ่าจะฟันตนเองอีก ในใจจึงผ่อนคลายลงมาก เดินลงจากเตียงหินยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย เขาพบว่าอาการบาดเจ็บของตนร้ายแรงมาก หากไม่ใช่เพราะเย่เทียนเฉินฝึกฝนกายเนื้ออย่างหนักมาโดยตลอด เกรงว่าของถูกฝ่ามือสลายกระดูกของหลี่ชิวสุ่ยกัดกร่อนจนกลายเป็นกองเลือดไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นในร่างยังมีพลังอันอบอุ่นสายนั้นขับเคลื่อนอยู่ตลอด คอยรักษาอาการบาดเจ็บของเขาในทันที ค่อยๆ ซ่อมแซมความเ