มภีร์ดรุณีหยกจะอยู่ที่ไหนกันแน่เขาเองก็ไม่รู้ ถ้ามองข้ามไปห้องหนึ่ง อาจเป็นการทำร้ายตงฟางเมิ่งจนตายได้ มาถึงขั้นนี้แล้ว อย่างไรก็ต้องตรวจสอบ
แต่สำรวจห้องหินมานับสิบห้องติดต่อกันแล้ว เย่เทียนเฉินก็ไม่พบสถานที่ที่มีอะไรพิเศษอยู่เลย ทั้งหมดเป็นห้องว่าง กระทั่งบนกำแพงหินก็ไม่มีรูปภาพอะไรอยู่อีก ในตอนที่เย่เทียนเฉินเข้าไปในแต่ละห้องก็ระมัดระวังเป็นอย่างมาก ด้วยกลัวว่าจะมีอาวุธลับกลไกอะไรอยู่ และตรวจสอบอย่างละเอียดด้วย แต่เมื่อดูแล้วพบว่าไม่มีกลใจลับอะไร เคล็ดวิชาฝึกฝนคัมภีร์ดรุณีหยกคงไม่หาเจอง่ายๆ แบบนั้นแน่ ในส่วนนี้เย่เทียนเฉินเข้าใจดี ดังนั้นการมีกลไกลับจึงเป็นเรื่องที่พิเศษมาก จำเป็นต้องตรวจสอบให้ละเอียดทุกที่
เย่เทียนเฉินแบกตงฟางเมิ่งเดินไปจนสุดทางเดินหิน เบื้องหน้ามีประตูหินบานใหญ่อยู่บานหนึ่ง เย่เทียนเฉินขมวดคิ้ว ใช้มือลองสัมผัสลงไปบนประตูหินแล้วออกแรงดัน พบว่าประตูหินหนักเหมือนขุนเขา ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย ท่าทางหากคิดจะเปิดประตูหินบานนี้คงยากแล้ว
“แต่ประตูนี้ไม่มีที่จับและไม่มีที่ให้ดันหรือดึง ท่าทางคงจะมีกลไกอยู่!” เย่เทียนเฉินมองประตูบานใหญ่ครู่หนึ่งพลางพึมพำกับตัวเอง เนื่องจากทางประตูหินนี้ไม่ใช่ประตูแบบที่เปิดได้จากสองฝั่ง เป็นแค่ก้อนหินก้อนใหญ่วางอยู่เท่านั้น หากเข้าไปในประตูหินบานนี้ได้ ต้องมีกลไกบางอย่างแน่ มิฉะนั้นคงทำได้เพียงฝืนทำลายมันทิ้ง แต่เย่เทียนเฉินไม่อยากทำเช่นนั