บางทีหลายคนอาจคิดว่า ในเมื่อตงฟางเมิ่งฝึกฝนคัมภีร์ดรุณีหยกและเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของพรรคสุสานโบราณ ต่อให้เธอไม่ได้ฝึกฝนคัมภีร์ดรุณีหยกให้สมบูรณ์ แต่อย่างน้อยเธอจะต้องจำเคล็ดวิชาการฝึกฝนคัมภีร์ดรุณีหยกทั้งหมดได้แน่นอน หากว่ามีเพียงการฝึกฝนคัมภีร์ดรุณีหยกส่วนสุดท้ายที่ช่วยตงฟางเมิ่งได้ ก็สามารถทำให้เธอตื่นขึ้นมาแล้วรีบสอนวิธีฝึกฝนคัมภีร์ดรุณีหยกส่วนสุดท้ายให้แก่เย่เทียนเฉินก็คงได้
ความจริงเรื่องนี้จางอีเต๋อคิดได้นานแล้ว เย่เทียนเฉินเองก็ไม่ใช่ว่าจะคิดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในตอนที่จางอีเต๋อใช้วิชาลับพิเศษสำรวจดูความทรงจำในสมองของตงฟางเมิ่งกลับไม่พบส่วนสุดท้ายของคัมภีร์ดรุณีหยก เช่นนั้นสาเหตุมีเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือเพื่อจะเก็บรักษาคัมภีร์ดรุณีหยกแห่งพรรคสุสานโบราณไม่ให้ถูกคนนอกล้วงความลับ ตงฟางเมิ่งจึงไม่จำวิธีการฝึกฝนส่วนสุดท้ายของคัมภีร์ดรุณีหยก เนื่องจากหากจางอีเต๋อสามารถดูความทรงจำได้ ยอดฝีมือคนอื่นก็ต้องทำได้เช่นกัน ดังนั้นคนของพรรคสุสานโบราณจึงคิดรอบด้าน
เย่เทียนเฉินแบกตงฟางเมิ่ง รวบรวมพลังพิเศษไว้ที่ดวงตาทั้งสอง ทำให้สามารถมองเห็นทุกสรรพสิ่งรอบด้านในรัศมีประมาณ 1000 เมตรได้อย่างชัดเจน เขากำลังหาทางเข้าพรรคสุสานโบราณอยู่ แผนที่หนังแกะที่จางอีเต๋อมอบให้เขาทำสัญลักษณ์ไว้อย่างละเอียด มองไปยังยอดเขาที่อยู่เบื้องหน้า คิดว่าทางเข้าพรรคสุสานโบราณควรจะในตำแหน่งยอดเขานั้น เย่เทียนเฉ