เวลาประมาณเที่ยงคืน เย่เทียนเฉินพาตงฟางเมิ่งที่สลบไสลไม่ได้สติไปจากบ้านตระกูลจาง พาไปยังพื้นที่ว่างในเมืองเล็กๆ บริเวณไม่ไกล ที่นั่นมีเฮลิคอปเตอร์ทางการทหารจอดรออยู่ลำหนึ่ง ในความคิดของใครหลายคนนี่เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมาก แต่สำหรับชางหลางที่สามารถติดต่อกับคนระดับสูงอย่างท่านผู้นำสูงสุดและหยางอี้ได้ตลอดเวลาแล้ว นับว่าเป็นเรื่องเล็ก ยิ่งไปกว่านั้น ท่านผู้นำและหยางอี้ยังมีทัศนคติที่ดีต่อเย่เทียนเฉิน ที่สำคัญเป็นเพราะเย่เทียนเฉินทำภารกิจเพื่อประเทศ สิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้นับว่ามีผลประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อประเทศเช่นกัน
ในตอนที่เย่เทียนเฉินพาตงฟางเมิ่งไปถึงที่นั่น ชางหลางก็ยืนรออยู่นอกเฮลิคอปเตอร์แล้ว ใบพัดที่หมุนวนอย่างรวดเร็วของเฮลิคอปเตอร์ยังคงไม่หยุดเคลื่อนไหว ชางหลางก็เห็นเย่เทียนเฉินอุ้มตงฟางเมิ่งเข้ามาแล้ว อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง เอ่ยถามว่า
“เกิดอะไรขึ้น?”
“บาดเจ็บสาหัสใกล้จะตายแล้ว ต้องพาเธอกลับไปส่งที่พรรคสุสานโบราณ ฝึกส่วนสุดท้ายของคัมภีร์ดรุณีหยก ผมว่าเรื่องนี้คุณเหมาะสมที่สุดแล้ว!” ในขณะที่พูดเย่เทียนเฉินก็โยนตงฟางเมิ่งไปให้ชางหลางแล้วทำท่าทางไม่สนใจอีก
ถึงแม้ว่าชางหลางจะเป็นพวกเคร่งขรึมจริงจังแต่ก็ไม่ใช่คนโง่อะไร เมื่อเห็นท่าทางแบบนี้ของเย่เทียนเฉินที่ยอมปล่อยสาวงามไม่ยอมอุ้มอีก ทั้งยังยังมีความคิดที่จะหลีกทางให้ตนเอง ชางหลางจึงรีบหลบไปด้านข้าง มองเย่เทียนเฉินอย่างจริงจังแล้วพ