บางๆ แล้วพูดขึ้นว่า
“ดรุณีหยกเซียนโบยบินเป็นวิชาต้องห้ามของพรรคสุสานโบราณของพวกเรา เมื่อใช้ออกไป ตัวเองและศัตรูจะกลายเป็นหมอก เหมือนกับไม่เคยอยู่บนโลกนี้มาก่อน และเกิดเป็นทิวทัศน์ดุจเซียนโบยบิน ดังนั้นจึงมีชื่อว่าดรุณีหยกเซียนโบยบิน!”
ตอนนี้ในใจของเย่เทียนเฉินก็ตื่นตะลึงหาใดเปรียบ มิน่าล่ะจึงมีชื่อว่าดรุณีหยกเซียนโบยบิน เขาสัมผัสได้นานแล้วว่าอะไรบางอย่างของตงฟางเมิ่งไม่ถูกต้อง ที่แท้ในตอนที่ใช้เคล็ดวิชา “ดรุณีหยกร่ายรำในโดมสวรรค์” ตงฟางเมิ่งก็รวบรวมพลังภายในที่ลึกล้ำที่สุดในร่างกาย คิดจะใช้ “ดรุณีหยกเซียนโบยบิน” ออกมา หลังจากใช้กระบวนท่านี้แล้ว จะทำให้พลังในร่างกายของผู้ใช้แห้งเหือด และฆ่าล้างศัตรูไปพร้อมกัน คนที่ใช้กระบวนท่านี้ก็จะตายด้วย นี่เป็นกระบวนท่าที่ลากศัตรูไปตายด้วยกัน
“คิดไม่ถึงว่าพรรคสุสานโบราณของพวกเธอจะมีเคล็ดวิชาแบบนี้ด้วย ทำให้ฉันได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ!”
ตู้ม!
ชิงเฉิงเยว่ไม่อาจพูดได้ว่าไม่แข็งแกร่งห้าวหาญ เมื่อเผชิญหน้ากับเคล็ดวิชาสังหารที่แข็งแกร่งขนาดนี้ เธอยังคงไม่ยอมแพ้ ซัดหมัดออกไปยังพลังที่ครอบคลุมเธอไว้อย่างรุนแรงดุเดือดอย่างยิ่ง เกือบจะโจมตีพลังที่ปกคลุมอยู่จนทะลุออกไปได้แล้ว ในตอนนี้มุมปากของตงฟางเมิ่งก็มีเลือดสดๆ ไหลออกมาเช่นกัน ทั่วทั้งร่างโอนเอน เกือบประคองไม่ไหวอีกต่อไป เธอนิ้วชี้ขวาของตนออกมา พึมพำที่มุมปากเบาๆ ว่า
“ทลาย…”
เพียงแต่น่าเสียดาย ตงฟางเมิ่งพู