ิดจะหลอมรวมพลังของตนและพลังของกระบี่เข้าด้วยกันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก ในส่วนนี้เย่เทียนเฉินเองก็เคยประสบมาแล้ว เขาทำได้เพียงใช้เวลารอให้ความสามารถของตนเติบโต ค่อยๆ ทำให้เป็นจริง ตอนนี้ทำได้เพียงบังคับกระบี่ทั้งสองเล่มนี้เท่านั้น กระทั่งทำไมคนในตำนานคนนั้นถึงไม่หลอมรวมพลังเข้าไปก็ยังไม่อาจรู้ได้!
เย่เทียนเฉินเก็บกระบี่ไท่อาและกระบี่อวี๋ฉาง นำพวกมันไปใส่ไว้ในช่องว่างเก็บของภายในร่างกายของตน เดินเข้าไปในคฤหาสน์ ตอนนี้เสี้ยวหยากำลังยกบะหมี่ที่ต้มเสร็จแล้วออก มาถ้วยหนึ่งเป็นบะหมี่ใส เป็นบะหมี่ของเสี้ยวหยาเอง อีกถ้วยหนึ่งเป็นบะหมี่ผัดซอส ด้านบนมีเนื้อบดอยู่จำนวนมาก ดูแล้วไม่เลวเลย
“ทำไมสองถ้วยไม่เหมือนกัน?” เย่เทียนเฉินนั่งลง อดไม่ได้ที่จะถามด้วยรอยยิ้ม
“นายลองชิมดูก่อนสิ อร่อยหรือเปล่า…” เสี้ยวหยามองเย่เทียนเฉินแล้วพูดอย่างอ่อนโยน
เมื่อเห็นท่าทีระมัดระวังของเสี้ยวหยา เย่เทียนเฉินก็รู้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เสี้ยวหยาทำบะหมี่ผัดซอส จึงยิ้มออกมา ทำท่าทางอยากกิน ใช้ตะเกียบคีบขึ้นมาแล้วกินเข้าไปคำใหญ่ หลังจากกินลงไปพบว่าเย่เทียนเฉินมองตนอย่างเคร่งเครียด พูดด้วยรอยยิ้มว่า
“รสชาติไม่เลวเลย คิดไม่ถึงว่าบะหมี่ผัดซอสที่เธอทำจะอร่อยเหมือนกัน!”
“จริงเหรอ? ฉันยังคิดว่าฉันทำไม่อร่อยซะอีก ได้ยินพี่สาวอวี่สวิ๋นบอกว่านายชอบกินบะหมี่ผัดซอสตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเมื่อครู่นี้เลยคิดจะลองทำดูซักหน่อย นายชอบก็ดีแ