่เอาแต่ตะโกนด่าสวรรค์ไปวันๆ มาก
เพี๊ยะ ตู้ม!
เย่เทียนเฉินรู้สึกเสียดายผู้เก่งกาจ แต่กลับไม่ยั้งมือ หากยั้งมือ คนที่จะตายก็คือตน ดังนั้นฝ่ามือจึงตบลงบนหน้าอกของหมอกโลหิตอย่างรุนแรง มีดอกไม้เลือดพุ่งออกมาอีกครั้ง พุ่งจากบริเวณหน้าอกของหมอกโลหิต ไปด้านหลัง หน้าอกของหมอกโลหิตปรากฏรูใหญ่ขึ้นรูหนึ่ง เขาจะต้องตายแน่แล้ว ตอนนี้คิดเพียงจะลากเย่เทียนเฉินไปตายด้วยกัน ไม่ใช่ว่าความสามารถของหมอกโลหิตสู้เย่เทียนเฉินไม่ได้ แต่เป็นเพราะความลำพองใจของเขา เขาคิดไม่ถึงว่าเมื่อเย่เทียนเฉินเผชิญหน้ากับกระบี่อวี๋ฉางจะยังมีความกล้าและบ้าบิ่นแบบนี้ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเอง สูญเสียโอกาสที่ดีที่สุดในการตัดสินไป
การต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือก็เป็นเช่นนี้ มีบางครั้งที่ต่อสู้กันสามวันสามคืนแต่ก็ยังไม่สามารถตัดสินแพ้ชนะได้ และในช่วงเวลาเปลี่ยนแปลง ใครลำพองใจผู้นั้นก็จะสูญเสียโอกาสไปก่อน คนที่ตายก็อาจจะเป็นเขา นี่ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะพูดอะไรมาก คนที่ไม่ระมัดระวังก็จะแพ้ ประโยคนี้เหมาะสมที่จะใช้บรรยายการต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือเป็นอย่างมาก นอกจากความสามารถของตนเองแล้ว ยังมีปัจจัยเรื่องฟ้าดินเวลาและผู้คน ตลอดจนการตัดสินใจจากประสบการณ์การต่อสู้จริงอยู่ด้วย
แต่ในตอนนี้ หมอกโลหิตรู้ตัวว่าตนเองต้องแพ้แล้ว จะต้องตายแน่ เขาต้องการลากเย่เทียนเฉินไปตายเป็นเพื่อน ไม่ว่าเย่เทียนเฉินจะโจมตีเขาอย่างไร เขายังคงถือกระบี่อวี๋ฉางพุ่งไป