จจะขาดห้วงไปได้ทุกเวลา
เมื่อเห็นลูกสาวเดินเข้ามา ด้านหลังยังมีเย่เทียนเฉินตามมาด้วย แม่ของเสี้ยวหยาก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มที่มุมปาก มือขวาอันสั่นเทาค่อยๆ ดึงเครื่องช่วยหายใจออก ต้องการที่จะพูดกับลูกสาวซักหลายประโยค
“แม่ แม่ใส่ไว้เถอะ แม่ต้องไม่เป็นไร…” เสี้ยวหยาห้ามแม่เอาไว้ ตอนนี้สิ่งที่สามารถยืดชีวิตแม่ได้ก็มีเพียงเครื่องช่วยหายใจนี้แล้ว
“หยาเอ๋อร์ สภาพร่างกายของแม่…ตัวแม่…ย่อมรู้ตัวเองดี ให้แม่พูดซักหน่อยเถอะ แม่จะได้วางใจ!” แม่ของเสี้ยวหยาพยายามฝืนร่างกายของตนแล้วพูดขึ้น
“แม่…” เสี้ยวหยาอดกลั้นจนถึงขีดสุดและอดทนอยู่นานมากแล้ว แต่ยังไม่สามารถระงับอารมณ์โศกเศร้าในใจของตนได้ น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งอย่างไม่อาจต้านทาน เมื่อคิดว่าหากแม่จากไปครั้งนี้แล้วจะไม่ได้เจออีกชั่วชีวิตก็ไม่อาจควบคุมความเจ็บปวดและโศกเศร้าได้จริงๆ
แม่ของเสี้ยวหยามองเสี้ยวหยาที่โถมตัวมาข้างเธอ ลูบผมของลูกสาวตนด้วยความรักใคร่ ตั้งแต่เล็กจนโตเป็นเธอที่คอยหวีผมให้ลูก แต่หลังจากนี้ไปเธอไม่สามารถหวีผมให้ลูกสาวได้อีก สุดท้ายแม่ของเสี้ยวหยามองไปที่เย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้นว่า “เทียนเฉิน เธอเป็นเด็กดีคนหนึ่ง น้ารู้ว่าเธอดีต่อหยาเอ๋อร์มาก น้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะขอร้องเธอ ได้หรือเปล่า?”
“น้าพูดมาเถอะครับ ขอเพียงผมทำได้ ผมจะต้องทำแน่นอน!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างจริงจัง
“แม่…” เสี้ยวหยากัดริมฝีปากล่างของตน ไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้อง