เทียนเฉิน ฉันไม่เป็นไร นายพูดถูกแล้ว สิ่งที่ควรเผชิญก็ต้องเผชิญ แม่ของฉันไม่อยากเห็นฉันมีสภาพแบบนี้!” เสี้ยวหยาฝืนเช็ดน้ำตาที่ห่างตาแล้วพูดขึ้น
เย่เทียนเฉินพยักหน้า ความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของเสี้ยวหยาเป็นสิ่งที่เขาคิดไม่ถึง ผู้หญิงจิตใจดีบริสุทธิ์คนนี้ ในตอนนี้เข้มแข็งขึ้นแล้ว เนื่องจากเธอรับรู้ถึงความรับผิดชอบของตน รู้ว่าแม่ใกล้จะจากโลกนี้ไปแล้ว เธอไม่อาจปล่อยให้แม่จากไปโดยไม่วางใจและโศกเศร้า ในตอนนี้ ตอนที่พ่อไม่อยู่ เธอจำเป็นต้องรับภาระนี้
“ฉันจะเข้าไปเป็นเพื่อนเธอ ให้คุณน้าจากไปอย่างวางใจและเบิกบานใจ!” เย่เทียนเฉินรู้ถึงสาเหตุที่เสี้ยวหยาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ขึ้นมาจึงเอ่ยปากขึ้น
เสี้ยวหยาเดินนำหน้าสุด เย่เทียนเฉินเดินตามไปด้านข้าง ผู้อำนวยการหลินก็เดินตามหลังเข้าไป หมอของโรงพยาบาลแห่งเมืองหลวงพยายามเต็มที่แล้ว ทันทีที่เกิดเรื่องผู้อำนวยการหลินเรียกรวมผู้เชี่ยวชาญที่เฉพาะทางที่สุดที่มีทั้งหมดมาทันทีและไปช่วยเหลือฉุกเฉิน เมื่อต้องพบกับผู้ป่วยที่เซลล์มะเร็งแพร่ไปทั่วทั้งร่างแบบนี้ หากไม่ใช่ว่าพวกเขาช่วยเหลือได้เร็วคงสิ้นใจไปนานแล้ว คงทำให้เสี้ยวหยาไม่ได้เห็นแม้แต่ใบหน้าครั้งสุดท้ายของแม่
“แม่คะ แม่ แม่ไม่เป็นไรคะ?” เสี้ยวหยาเดินไปข้างเตียงไอซียู มองแม่แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
ในตอนนี้แม่ของเสี้ยวหยาอ่อนแอถึงขีดสุดแล้ว สวมใส่เครื่องช่วยหายใจ ใบหน้าขาวซีดจนทำให้ผู้คนต้องตกใจ ลมหายใจติดขัดมาก อา