เย่เทียนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาแล้วกดรับโทรศัพท์อย่างเบิกบานใจ
“ฮัลโหล สวัสดีครับ คุณโทรหาใครครับ?” เย่เทียนเฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจอย่างเสเเสร้ง
“ฉันชางหลางเอง ไอ้หนูอย่ามาเสแสร้งกับฉัน รีบออกมาเดี๋ยวนี้ ฉันอยู่หน้าคฤหาสน์ของแก!” ชางหลางพูดเสียงต่ำ
“เรื่องการตบรางวัลคุณควรจะเข้ามา ยังต้องให้ผมออกไปต้อนรับอีกเหรอ?” เย่เทียนเฉินถามด้วยความสงสัย
“แกกำลังคิดอะไรอยู่ รีบออกมา ท่านหยางและท่านผู้นำสูงสุดต้องการพบ!” ชางหลางพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“ต้องการพบผม? ต้องเป็นทางการขนาดนี้เลยเหรอครับ? ไม่ต้องหรอกมั้ง ให้เงินผมใช้ซักหลายหมื่นล้านก็พอแล้ว!”เย่เทียนเฉินถามแล้วหัวเราะฮี่ๆ
“เกิดเรื่องแล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” ชางหลางเอ่ยปาก
“หือ? ผมจะไปเดี๋ยวนี้…”
เย่เทียนเฉินรู้สึกสงสัย ชางหลางบอกว่าเกิดเรื่องแล้ว แล้วยังเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นอีกด้วย สามารถทำให้ชางหลางพูดคำนี้ออกมาได้ เกรงว่าระดับของเรื่องนี้จะต้องไม่ใช่ต่ำๆ แน่นอน ดังนั้นเย่เทียนเฉินจึงไม่ได้ละเลย รีบเดินออกไปนอกคฤหาสน์ทันที
ในตอนที่เย่เทียนเฉินเดินออกมานอกคฤหาสน์ ชางหลางยังคงขับรถจี๊ปทหาร จอดรออยู่ตรงนั้นนานแล้ว
“มีเรื่องอะไรหรอครับ?” เย่เทียนเฉินรีบเดินไปที่ประตูรถแล้วถามขึ้น
“ขึ้นรถ!” ชางหลางพูดแค่สองคำนี้
“ไม่จริงน่า มีเรื่องก็มาหาผมอีกแล้วเหรอ ไม่รู้หรือว่าผมยุ่งมาก? ไม่ว่าง!”เย่เทียนเฉินจิ๊ปากแล้วพูดขึ้น
“ครั้งนี้เป็นเรื่