อและหมัดปะทะเข้าด้วยกัน
ตู้ม!
ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น เย่เทียนเฉินยืนอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อน พื้นดินใต้เท้าของเขาแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว ส่วนคนที่เหมือนกับปีศาจคนนั้นซึ่งยังซ่อนตัวอยู่ในหมอกโลหิตที่เกือบถูกทำให้ฟุ้งกระจายออกไปยังคงยืนอย่างมั่นคง เกือบจะเผยร่องรอยออกมา
นี่เป็นเหมือนการขี่ช้างจับตั๊กแตน ทั้งสองต่างโจมตีออกมาครั้งหนึ่ง แต่กลับมีพลังอำนาจถึงเพียงนี้ สรรพสิ่งรอบด้านในขอบเขตร้อยเมตรต่างราบเป็นหน้ากลอง พวกอู๋เสวี่ยที่ได้เห็นต่างตื่นตะลึงจนสั่นสะท้าน จินตนาการได้เลยว่าหนึ่งหมัดหนึ่งฝ่ามือที่ดูเหมือนจะเบานั้นแฝงไปด้วยพลังที่มากมายมหาศาลขนาดไหน
หลังจากโจมตีกันครั้งหนึ่งเย่เทียนเฉินก็ไม่ได้ลงมืออีก ส่วนคนที่ซ่อนตัวอยู่ในหมอกโลหิตก็ไม่ได้ลงมือเช่นกัน พวกเขาต่างแปลกใจในความสามารถของอีกฝ่าย หากต่อสู้กันจริงๆ เกรงว่าที่นี่คงพังทลายไปโดยสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้นคนที่ซ่อนตัวอยู่ในหมอกยังไม่ได้รับคำสั่งจากคุณชายใหญ่ให้มาฆ่าเย่เทียนเฉิน เขาเพียงแค่มาดูว่าเย่เทียนเฉินแข็งแกร่งขนาดไหนเท่านั้น ตอนนี้เขาก็ได้รู้แล้ว
“แกแข็งแกร่งมาก ฉันจะกลับไปรายงานคุณชายใหญ่ หวังว่าแกจะมีชีวิตอยู่ให้นานซักหน่อย!” คนในหมอกโลหิตยังคงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงล่องลอยเหมือนปีศาจ
“เอาหัวของสี่คนนั้นกลับไปด้วยเถอะ เอาไปให้คุณชายใหญ่ได้เห็นสักหน่อย นอกจากนั้นบอกเขาด้วยว่า ฉันเย่เทียนเฉินรอให้เขามาอยู่” เย่เทียนเฉินพูดด