ว่าสิบสามราชาเสือดาวของตระกูลโอวหยางไม่ได้เลี้ยงเสียข้าวสุก ไม่เพียงแต่ความสามารถของทุกคนจะแข็งแกร่งมาก ทั้งยังรู้จักอดทนอดกลั้นอีกด้วย หากเป็นคนปกติดวลกันหนึ่งหมัดและมือขวาเสียหายรุนแรง ถ้าไม่กรีดร้องก็ต้องรีบวิ่งหนีไป แต่คนคนนี้กลับไม่ได้ทำ
“แกเป็นใคร?” ชายคนนั้นมองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วถามขึ้นอย่างดุดัน
“หลังจากวันนี้ บนโลกใบนี้จะไม่มีสิบสามราชาเสือดาวอย่างพวกแกอีก จะต้องตายทั้งหมด!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างเรียบเฉย
“หึ กลัวก็แต่ว่าแกจะไม่มีความสามารถ…”
ชายคนนั้นยังไม่ทันพูดจบ เย่เทียนเฉินก็มาถึงเบื้องหน้าของเขาแล้ว มือขวาจับคอเขาเอาไว้ เขาไม่อาจพูดอะไรได้อีกและยังไม่ทันพูดจบด้วยซ้ำ เนื่องจากในตอนที่มือขวาของเขาควักมีดออกมาเล่มหนึ่งด้วยปฏิกิริยาอันว่องไว คอของเขาก็ถูกเย่เทียนเฉินหักทิ้งไปแล้ว
เสียงกรอบดังขึ้น เย่เทียนเฉินโยนศพของชายคนนั้นลงพื้น มองไปยังสถานที่ที่สูงที่สุดของโรงงานรกร้างที่อยู่ไม่ไกล ที่นั่นมีคนยืนอยู่คนหนึ่ง เป็นชายร่างผอมเล็กน้อย ในตอนที่เย่เทียนเฉินดวลกับชายที่เป็นคนของสิบสามราชาเสือดาวคนนี้ ชายร่างผอมล้วนมองตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก็คือเถี่ยเป้า คนที่เคยสู้กับอาชูร่าเมื่อสอบปีก่อนโดยที่ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ
“ทำไม? แกยังไม่ลงมืออีกเหรอ รอฉันฆ่าลูกน้องทั้งหมดของแกก่อนหรือไง?” เย่เทียนเฉินพูดกับเถี่ยเป้าด้วยรอยยิ้มบางเบา
“แกไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอก ฉันอยากจะรู้นักว่าแกแข็งแก