าวกับจะปลิวลมได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะดวงตาทั้งสองของเขาที่เต็มไปด้วยอารมณ์แห่งการฆ่าฟัน ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำเลยแม้แต่น้อย เพียงมองก็รู้ว่าเกิดจากการผ่านการฆ่าฟันมาระยะหนึ่ง คนคนนี้ร้ายกาจมาก
โอวหยางเจิ้นฮว๋ามีชีวิตมาถึงยุคของโอวหยางเฟยอวิ๋นผู้เป็นหลาน นอกจากลูกชายที่ออกไปจากตระกูลนานแล้ว ไม่มีการติดต่อกันมาเกือบยี่สิบปีไม่รู้ว่าเป็นตาอย่างไร ก็มีเพียงโอวหยางเฟยอวิ๋นที่เป็นหลานชายคนเดียว จะอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าตระกูลโอวหยางของเขาเกือบจะไร้ลูกหลาน ไม่แน่ว่าจะไร้ลูกหลานไปแล้วก็เป็นได้ จะให้โอวหยางเจิ้นฮว๋าไม่โกรธได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะมู่หรงอวี๋ตูโทรมาบีบบังคับเขา โอวหยางเจิ้นฮว๋าคงกระทืบเท้าฆ่าล้างตระกูลเย่ไปนานแล้ว แล้วเขามีความสามารถจะทำเช่นนี้ด้วย
ก่อนหน้านี้โอวหยางเจิ้นฮว๋าคิดว่าต้องการจะฆ่าฟันให้น้อยลงเสียหน่อย จะอย่างไรจากอายุที่เพิ่มขึ้น แม้ในใจจะยังมีความดุดัน มีความโกรธจนต้องการฆ่าคนที่ยังไม่สงบลง มีอำนาจที่เป็นดั่งจักรพรรดิของโลกเบื้องหลังได้เช่นเดียวกัน แต่เขาก็ค่อยๆ เข้าใจกระจ่างชัดถึงวัฏจักรของการกระทำ บาปกรรมเป็นสิ่งไม่จรรโลง การฆ่าฟันให้น้อยเสียน้อยเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เมื่อปีนั้นก็เป็นเพราะการฆ่าฟันของเขาบีบบังคับให้ลูกชายคนเล็กออกไปจากบ้าน จนถึงตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอ
แต่ครั้งนี้เย่เทียนเฉินฆ่าโอวหยางเฟยอวิ๋นผู้เป็นหลานของตน จนอาจจะทำให้เขาโอวหยางเจิ้นฮว๋าสูญสิ้นลูกห