ยคนแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอาชูร่าอีกด้วย ความสามารถของเขาไม่ด้อยไปกว่าแกเลย!” โอวหยางเจิ้นฮว๋ามองไปยังบอดี้การ์ดวัยกลางคนเบื้องหน้าแล้วพูดขึ้น
“ไม่หรอกครับ ตอนนี้แพร่ไปทั้งโลกเบื้องหน้าและเบื้องหลังหมดแล้ว ผมสั่งให้สายของเราที่อยู่มณฑลชวนไปตรวจสอบแล้ว ตระกูลเซวียนเยวี๋ยนถูกทำลายล้างไปในค่ำคืนเดียวจริงๆ คนของพวกเรายังแอบเข้าไปในทะเลจำลองซือไห่อีกด้วย พบว่าเกาะทะเลทรายจมลงไปแล้ว ศพทั้งหมดต่างก็อยู่ด้านบน และเป็นเพราะการทรุดตัวลงไปดังนั้นศพจึงไม่ปรากฏขึ้นมา!” บอดี้การ์ดวัยกลางคนเอ่ยปากพูด
“อาชูร่าเองก็ตายเหรอ!” โอวหยางเจิ้นฮว๋าเอ่ยถาม
“ครับ!” บอดี้การ์ดวัยกลางคนพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอีก ทว่าในดวงตากลับเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
“เถี่ยเป้า ฝีมือของอาชูร่าไม่ด้อยไปกว่าแก ถึงกับไม่สามารถคุ้มครองตระกูลเซวียนเยวี๋ยนเอาไว้ได้ ฉันสงสัยจริงๆ ว่าเป็นกลุ่มอำนาจไหนที่ทำลายพวกมัน เป็นตระกูลไหนที่ยอมทิ้งประโยชน์ก้อนใหญ่ขนาดนี้ไปได้ จะต้องมีความแค้นลึกล้ำกับตระกูลเซวียนเยวี๋ยนแน่นอน!” โอวหยางเจิ้นฮว๋าพูดอย่างเรียบเฉย
เถี่ยเป้ามองโอวหยางเจิ้นฮว๋า ในใจเองก็รู้สึกสงสัยและมีความโมโหอยู่บ้าง เมื่อปีนั้นเขาต่อสู้กับอาชูร่า ทั้งสองยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ สิบปีต่อมา เขากำลังคิดจะไปที่มณฑลทวนอีกครั้งเพื่อต่อสู้ตัดสินแพ้ชนะกับอาชูร่า แต่อาชูร่าถึงกับตายไปแล้ว นี่ทำให้เถี่ยเป้าเสียใจมาก และตัดสินใจว่าจะต้องฆ่าคนที่ท