องตายโดยไม่ต้องสงสัย!” เซวียนเยวี๋ยนชิวมองไปยังอาชูร่าแล้วพูดอย่างดุดัน
“เย่เทียนเฉินสิบคน? ถ้ามีเย่เทียนเฉินสิบคนจริงๆ เกรงว่าตระกูลเซวียนเยวี๋ยนคงหายไปนานแล้ว จะต้องถูกฆ่าล้างแน่นอน!” อาชูร่ายังคงพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
“แก…แกมันดูถูกตัวเอง ไอ้คนเลี้ยงเสียข้าวสุก ตระกูลเซวียนเยวี๋ยนของฉันเลี้ยงดูแกแล้วได้อะไร?” เซวียนเยวี๋ยนชิวอดไม่ได้ที่จะตะโกนใส่อาชูร่า
“ไสหัวออกไป!” เซวียนเยวี๋ยนเสวียนอวี่ตะโกนขึ้น
“ใช่ ตอนนี้แกไปหัวออกไปให้พวกเราซะ!” เซวียนเยวี๋ยนชิวจ้องมองอาชูร่าแล้วพูดขึ้นเช่นเดียวกัน
“ฉันให้แกไปหัวออกไป ฉันมีเรื่องจะคุยกับอาชูร่า!” เซวียนเยวี๋ยนเสวียนอวี่มองไปยังเซวียนเยวี๋ยนชิวผู้เป็นลูกของตัวเองแล้วด่าออกมา
“พ่อ…” เซวียนเยวี๋ยนชิวโง่งมโดยพลัน คิดไม่ถึงว่าพ่อของตนจะให้เขาไสหัวออกไป
“ไป!” เซวียนเยวี๋ยนเสวียนอวี่ตะโกนขึ้นแล้วกระทุ้งไม้เท้าที่อยู่ในมือขวาอย่างโกรธเคือง
เซวียนเยวี๋ยนชิวตกใจจนลนลานวิ่งออกไป ในห้องโถงเหลือเพียงเซวียนเยวี๋ยนเสวียนอวี่และอาชูร่า บรรยากาศกดดันเล็กน้อย เนื่องจากเซวียนเยวี๋ยนเสวียนอวี่คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะกล้ามาโจมตีตระกูลเซวียนเยวี๋ยนของเขาด้วยตัวเอง และนี่เป็นครั้งแรกที่อาชูร่าพูดว่าตระกูลเซวียนเยวี๋ยนจะมีภัยพิบัติครั้งใหญ่ ก่อนหน้านี้ในตอนที่มีเรื่องใหญ่ทั้งหลาย ดูเหมือนว่าอาชูร่าจะโจมตีครั้งเดียวก็ฆ่าศัตรูที่แข็งแกร่งไปได้ คอยกำจัดขวากหนามเพ