ี่เป็นได้ค่าแจกันประดับเท่านั้น จะมีฝีมือแข็งแกร่งห้าวหาญเป็นอย่างมาก สามารถเอาชนะจางอู่เฉวียนและเติ้งซวงได้ในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้เขาคิดไม่ถึงจริงๆ อย่างไรก็ตามจากการประเมินของเขา คิดว่าเย่เทียนเฉินคงจะลงมือเต็มที่แล้ว หากคำนวณเช่นนี้ตนเองคงจะเอาชนะเย่เทียนเฉินได้
แน่นอนว่าหวังเจี๋ยไม่ได้ดูถูกเลยแม้แต่ครึ่งส่วน อย่างน้อยในตอนที่ลงมือก็ไม่ได้ยั้งมือ คนที่มีความสามารถมาถึงระดับเขาแล้วย่อมเข้าใจในเหตุผลอย่างหนึ่ง นั่นก็คือไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้อย่างไรก็ไม่สามารถลำพองใจและดูหมิ่นศัตรูได้ เพราะนั่นไม่ใช่ทัศนคติที่ยอดฝีมือคนหนึ่งควรจะมี มียอดฝีมือมากมายที่แพ้เพราะดูถูกศัตรูเกินไป คิดไม่ถึงว่าคู่ต่อสู้จะแข็งแกร่งขนาดนั้น แต่เมื่อลงมือไปแล้วก็ไม่อาจเสียใจภายหลังได้
หลังจากประมือกันครั้งหนึ่ง บรรยากาศของหวังเจี๋ยก็เปลี่ยนไป ดวงตาทั้งสองคมกริบอย่างหาใดเปรียบ คล้ายกับจะแทงทะลุไปยังเย่เทียนเฉิน เขายื่นนิ้วชี้ของมือทั้งสองออกมา บนนิ้วมือแต่ละนิ้วมีลมปราณรูปร่างคล้ายกระบี่พุงออกมา ดูแล้วทำให้ผู้คนต้องตกใจมาก และเหล่ายอดฝีมือกลุ่มนี้ที่ล้อมอยู่รอบๆ ก็ประหลาดใจจนตัวแข็งค้าง พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าหวังเจี๋ยจะแข็งแกร่งจนถึงขั้นนี้ สามารถรวบรวมพลังภายในไปที่นิ้วมือ ได้ พลังภายในที่แข็งแกร่งยังไม่ปรากฏออกมาก็ทำให้ต้นหญ้าบนพื้นดินสั่นไหวแล้ว เห็นได้ว่ามีอำนาจมากเพียงใด คนธรรมดาย่อมป้องกันไม่ได้แน่น