ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นมา
“ให้ตายเถอะ ไอ้หนูนั่นมันเป็นใคร?”
“ก็แค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งเท่านั้น วางมาดไม่น้อยเลยจริงๆ”
“ไอ้เด็กนี่คงจะไม่ใช่คนที่ชื่อเย่เทียนเฉินอะไรนั่นหรอกมั้ง?”
เย่เทียนเฉินยิ้มเล็กน้อย อู๋เสวี่ยเห็นพี่ใหญ่เดินเข้ามาก็รีบเดินไป ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น “ลูกพี่ เรื่องนี้ผมจัดการได้ไม่ดี ปล่อยให้คนพวกนี้ก่อเรื่องแล้ว!”
“ไม่ แกทำได้ดีแล้ว คนเหล่านี้แต่ละคนต่างก็เป็นยอดฝีมือ ย่อมต้องมีความหยิ่งทะนงอยู่บ้าง ขอเพียงสยบพวกเขาได้ อำนาจของพวกเราก็จะต้องยิ่งใหญ่มากแน่นอน!” เย่เทียนเฉินพูดยิ้มๆ พลางส่ายหน้า
“ให้ตายเถอะ พี่น้องทั้งหลาย ฉันได้ยินมาว่าเย่เทียนเฉินเป็นไอ้ลูกแหง่คนหนึ่ง เกรงว่ากระทั่งนมก็คงยังไม่เลิกกิน นี่จะออกมาหาเรื่องแล้ว ยังคิดที่จะมาสั่งพี่ของพวกเราอีก แม่งหน้าด้านจริงๆ” มีคนตะโกนขึ้นจากด้านข้าง ส่วนเปาเทียนหลงและชายที่สวมชุดลายพรางก็สู้กันอย่างมีสีสัน ระหว่างทั้งสองไม่อาจแยกแยะแพ้ชนะได้
“ใช่แล้ว แม่มันเถอะ พวกเราถูกหลอกแล้ว”
“พวกเราแต่ละคนต่างก็เป็นยอดฝีมือ เดิมทีคิดว่ามีเรื่องให้ทำบ้างแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะถูกหลอกได้ ต่อให้ต้องมีชีวิตย่ำแย่ ก็จะไม่ยอมถูกไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งมาชี้นิ้วสั่งหรอก ขายหน้าแย่เลยใช่หรือเปล่า?”
“ใช่แล้ว แม่มันเถอะ สั่งสอนพวกมันทั้งหลายแล้วพวกเราก็แยกย้ายกันเถอะ แม่งซวยจริงๆ ”
“คนที่สู้ก