ับเปาเทียนหลงก็คือหวังเจี๋ยเหรอ?” เย่เทียนเฉินเอ่ยปากถามอู๋เสวี่ย
“ไม่ใช่ ไอ้เด็กนั่นมันไปฉี่ บอกว่าหลังจากที่ฉี่เสร็จแล้วกลับมา ถ้าหากคุณยังไม่มาก็จะไป!” อู๋เสวี่ยพูดด้วยความโกรธ
“อืม จัดการคนที่นี่ก่อนก็แล้วกัน แล้วค่อยทดสอบหวังเจี๋ย!” เย่เทียนเฉินพยักหน้าแล้วพูดขึ้น
“พี่ใหญ่ ความสามารถของหวังเจี๋ยคนนี้แข็งแกร่งมาก!” อู๋เสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น
“แข็งแกร่งขนาดไหน?” เย่เทียนเฉินเอ่ยปากถาม
“ผมลงมือเต็มกำลังก็ยังเอาชนะเขาไม่ได้ แต่ก็สามารถสู้เสมอกันได้!”
ในตอนนี้เอง มีคนใจกล้าคนหนึ่งเห็นอู๋เสวี่ยและเย่เทียนเฉินแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย เดินเข้ามาด้วยท่าทีนักเลง มายังเบื้องหน้าของเย่เทียนเฉินและอู๋เสวี่ย หัวเราะอย่างเหยียดหยามแล้วพูดขึ้นว่า
“อู๋เสวี่ย พี่ใหญ่ตดหมาอะไรของแกนั่นยังอยู่ในท้องแม่ใช่หรือเปล่า? บิดารอนานขนาดนี้แล้วยังไม่โผล่หัวออกมาอีก คงจะไม่ตกใจจนฉี่รดกางเกงไปแล้วนะ?”
“แกพูดอะไร จะหาเรื่องใช่ไหม?” อู๋เสวี่ยจ้องชายคนนั้นอย่างดุดันแล้วพูดขึ้น
“หาเรื่อง? แกเป็นคู่มือของหวังเจี๋ยได้เหรอ? เป็นผู้ชายก็ขี้โม้ให้มันน้อยๆ หน่อย บิดามาทำเรื่องจริงจังไม่ได้มาเล่น เย่เทียนเฉินพี่ใหญ่ตดหมาอะไรของพวกแกนั่น จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่โผล่หัวออกมา แล้วก็ไม่มีเรื่องอะไรให้พวกบิดาทำ จะรออยู่ที่นี่ทำอะไรล่ะ? ฉันบอกแกแล้ว ได้ยินว่าลูกพี่ใหญ่อะไรนั่นของแก เป็นแค่เด็กที่ย