ังไม่หย่านม คนแบบนี้คู่ควรจะเป็นลูกพี่ของพวกเราเหรอ? ตลก!” ชายคนนั้นเอ่ยปากพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“สหายคนนี้พูดได้ถูกต้อง ได้ยินว่าเย่เทียนเฉินแม่งเป็นแค่เด็กมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง แสดงว่ายังไม่หย่านมแม่จริงๆ พอคิดถึงตอนที่พวกเราไปฆ่าคน ไม่แน่ว่าไอ้หนูนั่นคงจะฉี่รดที่นอนก็เป็นได้ ฮ่าๆๆๆ!”
คนกลุ่มนี้พากันหัวเราะออกมาเสียงดัง ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่เห็นพวกอู๋เสวี่ยอยู่ในสายตา เพราะว่าพวกเขาได้ยินว่าเย่เทียนเฉินเป็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปีเท่านั้น ในใจจึงรู้สึกทอดถอนใจและไม่พอใจมาก คิดว่าหากถูกเด็กเช่นนี้มาออกคำสั่ง ช่างขายหน้าจริงๆ
“พี่ใหญ่…” อู๋เสวี่ยพูดอย่างโหดเหี้ยม
เย่เทียนเฉินไม่พูดอะไร ทำเพียงเดินไปยังชายคนนั้นที่กำลังสู้อยู่กับเปาเทียนหลง ทุกคนพากันชะงัก ต่างจ้องมองไปยังเย่เทียนเฉิน แปลกใจว่าชายวัยรุ่นอายุประมาณยี่สิบปีคนนี้เป็นใครกัน? เขาเดินไปตรงกลางจะทำอะไร? รนหาที่ตายหรือไง?
เปาเทียนหลงที่กำลังต่อสู้อยู่ เมื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินเดินเข้ามา ก็ปล่อยหมัดกระแทกชายสวมชุดลายพรางออกไป แล้วจึงเอ่ยเรียกอย่างเคารพและรู้สึกผิดเล็กน้อย “พี่ใหญ่!”
“อืม! แกออกไปพักผ่อนเถอะ!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“ครับ!” เปาเทียนหลงพยักหน้าแล้วเดินออกไป
ทันใดนั้นทุกคนต่างพากันจ้องมองไปยังเย่เทียนเฉิน รู้สึกแปลกใจและสงสัยอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าชายวัยรุ่นอายุประมาณยี่สิบปีเช่นนี้โผล่ออกมาจากที่ไหน และไม่รู้ว่าเขา