านในก็มีเสียงของชายชราดังขึ้น
“ฮัลโหล!”
“ผู้อาวุโสมู่หรง ไม่เจอกันนานเลยนะครับ ผมคือเย่เทียนเฉิน!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“อ้อ เทียนเฉินนี่เอง มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? เรื่องครั้งที่แล้วยังไม่ทันได้ขอบคุณเธอเลย!” มู่หรงอวี๋ตูก็พูดด้วยความยินดีเช่นเดียวกัน
ถูกต้อง เย่เทียนเฉินโทรหามู่หรงอวี๋ตู เขาคิดไปคิดมาก็มีเพียงชายชราคนนี้ที่จะสามารถช่วยเขาได้ มู่หรงอวี๋ตูเป็นนายพลในช่วงเปิดประเทศ ถึงแม้จะเกษียณออกมานานหลายปีแล้ว แต่ก็เป็นคนที่รอดมาจากสนามรบที่เต็มไปด้วยการฆ่าฟัน คนเช่นนี้มีศักดิ์ศรีสูงมาก ขอเพียงยังมีชีวิตอยู่ ต่อให้เป็นผู้นำระดับสูงสุดของประเทศก็ต้องให้ความสำคัญกับเขาเป็นอย่างมาก หลายปีมานี้มู่หรงอวี๋ตูมีอิทธิพลในหมู่บุคคลระดับสูงของประเทศเป็นอย่างมาก ต้องกล่าวว่าในหมู่ตระกูลต่างๆ ที่จะสามารถยับยั้งตระกูลเซวียนเยวี๋ยนและตระกูลโอวหยางเอาไว้ได้ คงจะมีแต่ตระกูลมู่หรงเท่านั้น
“ฮ่าๆ ผู้อาวุโส ผมจะพูดสั้นๆ ได้ใจความเลยแล้วกันนะครับ ความจริงผมมีเรื่องยุ่งยากอยู่เรื่องหนึ่ง ต้องการให้คุณช่วยสักหน่อย!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“งั้นเหรอ? พูดมาเถอะ เรื่องอะไร?” ผู้อาวุโสมู่หรงอวี๋ตูเอ่ยถามอย่างพึงพอใจ
เย่เทียนเฉินเองก็ไม่ใช่คนชักช้าอะไร ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมายืดเยื้อ ต้องให้ผู้อาวุโสมู่หรงหยุดยั้งตระกูลโอวหยางไว้ชั่วคราว เขาถึงจะสามารถปลีกตัวออกไปกำจัดตระกูลเซวียนเย