วี๋ยนได้
“ผู้อาวุโสครับ มันเป็นแบบนี้ โอวหยางเฟยอวิ๋นแห่งตระกูลโอวหยางตายไปแล้ว แล้วผมก็เคยมีเรื่องกับเขามาก่อน แต่ว่าผมไม่ได้เป็นคนทำ มีคนจงใจใส่ร้ายผม ต้องการให้ตระกูลโอวหยางลงมือกับผม แต่สองวันนี้ผมมีธุระเล็กน้อย ไม่มีเวลาจะไปรับมือกับตระกูลโอวหยางจริงๆ ดังนั้นจึงอยากให้ผู้อาวุโสมู่หรงช่วยยับยั้งตระกูลโอวหยางเอาไว้ซักหลายวันน่ะครับ” เย่เทียนเฉินเอ่ยปากพูด
“เป็นแบบนี้เองเหรอ วางใจเถอะ ไม่มีปัญหา เธอวางมือไปทำธุระของเธอซะ ฉันรับประกันเลยว่าตระกูลโอวหยางไม่กล้าลงมือกับตระกูลเย่ของเธอแน่!” มู่หรงอวี๋ตูก็เป็นชายชราที่ตรงไปตรงมาเช่นเดียวกัน เขารับปากในทันที
“ถ้าเป็นแบบนี้ก็ขอบคุณผู้อาวุโสมากครับ!” เย่เทียนเฉินพูดขอบคุณอย่างจริงจัง
“ขอบคุณอะไรกัน ถ้ามีเวลาก็มาเป็นแขกที่บ้านบ้าง เมื่อคืนซินเอ๋อร์ยังพูดถึงเธออยู่เลย? ยังไม่ได้ขอบคุณบุญคุณที่เธอช่วยชีวิตเลย!” มู่หรงอวี๋ตูพูดอย่างยินดี
“ได้ครับ ถ้ามีเวลาจะต้องไปแน่นอน!”
หลังจากวางโทรศัพท์แล้ว เย่เทียนเฉินก็วางใจลงไม่น้อย มู่หรงอวี๋ตูรับปากด้วยตัวเองว่าจะทำให้ตระกูลโอวหยางสงบ เขาก็ไม่มีอะไรต้องกังวล ตอนนี้ก็แค่รอเวลาเที่ยงคืน เพื่อจะไปที่ป่าไผ่บริเวณชานเมืองทางทิศใต้ หลังจากที่พบกับพวกอู๋เสวี่ยแล้ว ก็จะออกเดินทางไปมณฑลชวนเพื่อกำจัดตระกูลเซวียนเยวี๋ยน ถึงแม้อาจจะมีการต่อสู้ที่ยากลำบาก และอาจจะเป็นการต่อสู้นองเลือด แต่หลังจากที่เย่เทียนเฉินมี