า อดไม่ได้ที่จะกดรับสาย
“ฮัลโหล!” เย่เทียนเฉินกล่าว
“พี่ใหญ่ ผมคืออู๋เสวี่ย!” เสียงอู๋เสวี่ยในโทรศัพท์ดังขึ้น
“ในที่สุดแกก็โทรมาหาฉันจนได้ รับสมัครคนเป็นยังไงบ้างแล้ว?” เย่เทียนเฉินเอ่ยถาม
“ทั้งหมดสามสิบคน แต่ละคนเป็นยอดฝีมือชั้นหนึ่งแต่ว่า…แต่ว่าในหมู่พวกเขามีคนหนึ่งต้องการเจอคุณ…” ดูเหมือนว่าอู๋เสวี่ยจะพูดอย่างลำบากใจ
“ต้องการพบฉัน? คืนนี้เที่ยงคืนเจอกันที่ป่าไผ่ที่ชานเมืองทางทิศใต้แล้วกัน ใช่แล้ว ช่วยซื้อคฤหาสน์ให้ฉันด้วยหลังหนึ่ง จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็บอกฉันด้วย!” เย่เทียนเฉินคิดครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น
“ได้ครับพี่ใหญ่!” อู๋เสวี่ยตอบ
“ตอนนี้แก หูหลง หลินตวน เปาเทียนหลง พวกแกสี่คนรีบจัดการรับผิดชอบพาคนกลุ่มนี้มาพบฉันตอนกลางคืน แล้วค่อยว่ากันอีกที!” เย่เทียนเฉินเอ่ยปาก
“ครับ พี่ใหญ่ ไป๋อู่ตายแล้วคุณรู้หรือยัง?” อู๋เสวี่ยเอ่ยถาม
“รู้แล้ว เมื่อคืนฉันเพิ่งจะไปเจอเขา วันนี้เขาก็ตายแล้ว ท่าทางจะมีคนเพ่งเล็งฉันอยู่!” เย่เทียนเฉินพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น
“เมื่อคืนโอวหยางเฟยอวิ๋นก็ถูกคนสังหารเหมือนกัน หัวและตัวอยู่กันคนละที่ ตายอนาถมาก!” อู๋เสวี่ยพูดขึ้น
“หืม? โอวหยางเฟยอวิ๋นเองก็ตายเหรอ?” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น
อู๋เสวี่ยเคยเป็นมือสังหารอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ย่อมต้องมีความฉลาดเฉลียวที่จะหาข่าวสารแต่ละอย่างเป็นอย่างมากแน่นอน นี่เป็นสาเหตุที่เย่เทียนเฉินรับเข