ินวางใจเถอะ รอให้พี่ชายของเธอออกมา พี่จะต้องช่วยน้องสั่งสอนเขาแน่ จะร้ายกาจเกินไปแล้ว บิชองฟรีเซ่ที่น่ารักขนาดนี้ก็ยังลงมือได้!” ฉีหรูเสวี่ยก็เข้าข้างเย่เชี่ยนเหวิน เอ่ยปากพูดอย่างดุดัน
“อืม พี่หรูเสวี่ย พี่รู้วิธีลงโทษพี่ชายของหนูมากที่สุดแล้ว อีกครู่หนึ่งจะต้องช่วยหนูสั่งสอนเขาให้ดีด้วยนะคะ!” เย่เชี่ยนเหวินลูบบิชองฟรีเซ่ที่น่าสงสารของตนแล้วพูดขึ้น
“วางใจเถอะ ไม่มีปัญหา!” ฉีหรูเสวี่ยพูดด้วยรอยยิ้มน่ารักอย่างเจ้าเล่ห์
“เทียนเฉิน รีบลงมากินข้าวเถอะ มีบะหมี่ผัดซอสกับไข่หมักที่ลูกชอบกินที่สุดด้วยนะ กินเสร็จแล้วก็ไปเรียน!” หลัวเยี่ยนยกบะหมี่ผัดซอสขึ้นโต๊ะ ตะโกนขึ้นไปยังชั้นสองเสียงดัง
“รู้แล้วครับแม่ ผมจะลงไปเดี๋ยวนี้!” เมื่อได้ยินว่ามีของอร่อย เย่เทียนเฉินก็ไม่สนใจแล้วว่าน้องสาวจะแก้แค้นตนเองอย่างไร คงจะใช้ท่าทางราวกับจะฆ่าคนมองมาที่ตนแน่นอน แต่อย่างไรก็ไม่สามารถอยู่แต่ในห้องได้ไปตลอด เรื่องใหญ่แบบนี้ก็ทำเป็นไม่ยอมรับไปแล้วกัน!
ไม่นานเย่เทียนเฉินก็ลงมาชั้นล่างด้วยความเร็วที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเชื่อ และไม่ทักทายหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่ อีกทั้งยังไม่สนใจเย่เชี่ยนเหวินและฉีหรูเสวี่ยเลยด้วย นั่งลงบนเก้าอี้แล้วหยิบบะหมี่ผัดซอสขึ้นมาถ้วยหนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มกินคำใหญ่ ไหนเลยจะรู้ว่าเพิ่งจะกินไปไม่กี่คำเย่เทียนเฉินก็แทบจะอาเจียนออกมา รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
“เทียนเฉิน ลูกเป็นอะไรไป? ไม่เ