อยู่ที่ไหน? ไม่อยู่บ้านแล้วเหรอ?” หลัวเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“พี่ พี่จะออกไปจากบ้านเหรอ?” เย่เชี่ยนเหวินถามอย่างสงสัยเช่นเดียวกัน
“ลูกผู้ชายตัวโตๆ คนหนึ่ง ถึงกับหนีออกจากบ้าน น่าขายหน้าจริงๆ !” ฉีหรูเสวี่ยพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เย่เทียนเฉินมองเย่เชี่ยนเหวินและฉีหรูเสวี่ยอย่างหดหู่ จากนั้นจึงเคาะศรีษะของเย่เชี่ยนเหวินเบาๆ แล้วพูดขึ้นว่า “เธอสิหนีออกจากบ้าน ฉันเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง เป็นผู้ชายที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะต้องเรียนรู้ที่จะยืนด้วยลำแข้งของตน ใครจะไปเหมือนเธอที่ตอนนี้ที่ยังเรียนมัธยมปลายปีที่สามอยู่ถึงได้เอ้อระเหยแบบนี้ ฉันจะเริ่มรับผิดชอบครอบครัวแล้ว จัดต่อสู้ดิ้นรนเพื่อธุรกิจของตน!”
แหวะ!
แหวะ!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับท่าทางเคร่งขรึมจริงจังของเย่เทียนเฉิน เห็นเขาพูดจาหนักแน่นอย่างมีเหตุมีผล การทำท่าอยากจะอ้วกออกมาก็คือปฏิกิริยาที่เย่เชี่ยนเหวินและฉีหรูเสวี่ยมีให้เขา ส่วนหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ จึงรู้สึกกังวลอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ยังพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “เทียนเฉิน ลูกจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอกเหรอ?”
“ใช่แล้วครับแม่ ลูกโตแล้ว ควรจะมีชีวิตเป็นของตนเอง ผมอยากจะออกไปฝึกฝนสักหน่อยครับ!” เย่เทียนเฉินกรอกตาใส่เย่เชี่ยนเหวินและฉีหรูเสวี่ย จากนั้นจึงพูดกับหลัวเยี่ยนด้วยรอยยิ้ม
“ก็ดี แม่สนับสนุนลูก แต่อยู่เองข้างนอกก็ต้องระวังตัวให้มาก นอกจากนั้นจำไว้ว่าจะต้องกลับมาเ