ปคุณชายใหญ่เจียง? ยังไม่รีบโทรไปอีก? พ่อของแกอาจจะกำลังรออยู่ก็ได้!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“ได้ๆ บิดาจะปล่อยให้แกโอหังไปก่อน อีกไม่นานแกจะต้องคุกเข่าขอร้องฉันแน่!” เจียงเวยมองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างดุดัน แล้วต่อสายโทรศัพท์ไปหาพ่อ ทายาทตระกูลใหญ่อย่างพวกเขารักหน้ารักศักดิ์ศรีเป็นที่สุด เสียอะไรก็ได้แต่ห้ามเสียหน้า แต่ไหนแต่ไรก็มีท่าทางเหมือนกับบิดาข้าใหญ่สุดในใต้หล้ามาโดยตลอด จะทนกับความกล้ำกลืนนี้ได้อย่างไร?
เพียงไม่นานโทรศัพท์ของเจียงเวยก็ต่อสายติด เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาพูดว่า “พ่อครับ พ่อรีบสั่งให้คนไปจับทุกคนในตระกูลเย่มาให้ผมเดี๋ยวนี้!”
“ตระกูลเย่? ตระกูลเย่ไหน?” พ่อของเจียงเวยชะงักไปครู่หนึ่งแล้วถามขึ้น
“ยังจะมีตระกูลเย่ไหนอีก ก็ตระกูลเย่ที่ตกต่ำจนกลายเป็นตระกูลชั้นสาม ไม่ควรค่าให้พูดถึง แล้วยังมีไอ้โง่ที่ชื่อว่าเย่เทียนเฉินออกมาอีกไงเล่า!” เจียงเวยพูดอย่างสบายๆ และไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก ประการแรกเป็นเพราะเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เห็นเย่เทียนเฉินอยู่ในสายตา ประการที่สองเพราะอยากจะบอกกับพ่อของตนว่า ตระกูลเย่ก็แค่ตระกูลชั้นสาม ที่ตกต่ำแล้วเท่านั้น จับก็จะไปเถอะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“เกิดอะไรขึ้น?” พ่อของเจียงเวยไม่ใช่คนโง่ สามารถขึ้นเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้ ความคิดจะต้องไม่ถูกคนอื่นชักจูง ต่อให้ลูกชายของตนเองขอให้เขาไปทำเรื่องอะไร เขาก็จะต้องถามให้ชัดเจน จะอย่างไ