ิน บอดี้การ์ดก็ชะงักไปโดยสิ้นเชิง ไม่รู้เป็นเพราะความเจ็บปวดที่มาจากการถูกหักข้อมืออย่างแรงหรือเป็นเพราะคำพูดของเย่เทียนเฉินที่ทำให้เขาสั่นสะท้านจนมีเหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาบริเวณหน้าผาก สีหน้าขาวซีดเป็นอย่างมาก เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ คนตรงหน้านี้เป็นใครกันแน่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าชั้นสามมีทายาทตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจอิทธิพลและมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่มากพอจะทำให้คนตกใจตายได้รวมตัวกันอยู่ ถึงกับยังกล้าขึ้นไปหาเรื่องอีก ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนจะไม่เห็นทายาทกลุ่มนี้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ตกลงแล้วเขาเป็นใครกันแน่?
เย่เทียนเฉินเดินก้าวขึ้นไปที่ชั้นสามทีละก้าวๆ ในตอนที่เพิ่งจะเดินไปถึงทางเลี้ยวบริเวณชั้นสอง เขาพลันหมุนตัวครั้งหนึ่ง พลังพิเศษสายหนึ่งพุ่งทะลุออกมาจากนิ้วชี้ขวา ซัดพุ่งไปยังหน้าผากของบอดี้การ์ดคนที่เหลือจนทะลุตายคากำแพง นั่นเป็นบอดี้การ์ดที่เกือบจะใช้มือซ้ายลั่นไกปืน นับว่าเขารนหาที่ตายเอง
ในตอนที่เย่เทียนเฉินเดินไปถึงชั้นสามก็ไม่ได้หลบซ่อน และไม่ได้เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องหลบแล้ว ต่อให้พลังพิเศษแห่งการรับรู้จะทำให้เขารู้ว่า ภายในชั้นสามแห่งนี้จะมีบอดี้การ์ดชั้นยอดพร้อมด้วยอาวุธปืนยืนอยู่ทุกระยะสิบเมตร แต่นี่ก็ไม่สามารถขัดขวางการก้าวเดินของเขาได้ วันนี้เขามาก็เพื่อมาหาไป๋อู่ วิธีที่ใช้ก็เรียบง่ายที่สุดและเปิดเผยตรงไปตรงมาที่สุด บางครั้งการ