โอหังเป็นอย่างมากคนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้เป็นผู้จัดการใหญ่ของเทียนซ่างเหรินเจียนแล้วก็ยิ่งโอหังจนไม่เห็นหัวใคร จินตนาการได้เลยว่า ขนาดพ่างสยงน้องชายของเขายังหยิ่งยโสถึงขนาดนั้น เขาก็คงไม่ใช่คนดีอะไร ถ้าเปรียบเทียบกันจริงๆ หลี่ลี่ยังชั่วกว่าพ่างสยงเป็นร้อยเท่า เนื่องจากเขาเป็นคนที่เสแสร้งมากคนหนึ่ง และเป็นคนที่โหดเหี้ยมมากเช่นกัน
“เสแสร้งมานานขนาดนี้ เสียเวลาไปนานขนาดนี้ พูดมาเถอะว่าจะเอายังไง?” เย่เทียนเฉินแย้มยิ้ม พูดออกมาอย่างเรียบเฉย
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน หลี่ลี่ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เนื่องจากท่าทางที่เย่เทียนเฉินแสดงออกมาในตอนนี้ทำให้เขารู้สึกเหนือคาด ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เขาคิดโดยสิ้นเชิง เขาเดาว่าบางทีเย่เทียนเฉินอาจจะมีเบื้องหลังอยู่บ้าง ดังนั้นถึงไม่หวาดกลัว แต่เมื่ออยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกปืนจ่อหัว เย่เทียนเฉินควรจะคุกเข่าร้องขอชีวิตถึงจะถูก ทว่าเย่เทียนเฉินในตอนนี้นอกจากจะไม่คุกเข่าขอชีวิตแล้ว ยังไม่มีท่าทางหวาดกลัวเลยแม้แต่ครึ่งส่วน ทำให้หลี่ลี่รู้สึกแปลกใจจริงๆ
“หึ เสแสร้งไปเถอะ บิดาจะดูสิว่าตอนแกตายยังจะเสแสร้งได้อีกไหม…” หลี่ลี่พูดอย่างโหดเหี้ยม ในความคิดของเขา ตอนนี้เย่เทียนเฉินก็แค่ทำเป็นสงบนิ่งก็เท่านั้น ความจริงในใจคงจะหวาดกลัวจนแทบร้องขอชีวิต ขอเพียงตนมีท่าทางแข็งกร้าวกับเขาเล็กน้อย รับประกันได้เลยว่าจะต้องคุกเข่าขอชีวิตแน่นอน
“ฉันถามแก