ชายก็ไม่ได้ปกป้องถือหาง กระทำตัวอย่างยุติธรรม แต่เย่เทียนเฉินกลับสัมผัสได้ ดังนั้นตลอดทางไม่ว่าหลี่ลี่จะพูดอะไรออกมาเย่เทียนเฉินก็ไม่เอ่ยปาก เนื่องจากพลังพิเศษแห่งการรับรู้ของเขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่ลี่ เป็นบรรยากาศที่น่ารังเกียจมาก
ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากการคาดเดาของเย่เทียนเฉินจริงๆ หลี่ลี่เป็นคนถ่อยไร้ยางอายคนหนึ่ง เป็นสุภาพบุรุษจอมปลอม ตอนนี้หลี่ลี่ยโสโอหังอย่างถึงที่สุด คิดว่ากุมความเป็นความตายของตนเอาไว้ในกำมือแล้ว ทั้งน่าสงสารและน่าสมเพชจริงๆ
จะอย่างไรคนที่น่าสงสารก็จำเป็นต้องมีส่วนที่น่ารังเกียจ เย่เทียนเฉินจะลงมือโดยไม่ไว้ไมตรีแน่นอน คนแบบนี้น่ากลัวกว่าคนถ่อยเป็นสิบเท่า วันนี้ยังงดีที่ได้มาพบกับเขา ถ้าหากไปเจอคนอื่นเกรงว่าคนที่ซวยคงจะเป็นคนอื่นแล้ว ชีวิตของคนแบบนี้ไม่ควรเก็บเอาไว้
“แม่งเอ๊ย ปากแข็งจริง ฉันจะลั่นไกใส่สมองแกซะตอนนี้…”
คำพูดที่อยู่ในปากขอหลี่ลี่ยังไม่ทันจบ ลำคอของเขาก็ถูกเย่เทียนเฉินบีบแน่น ในตอนนี้เอง บอดี้การ์ดสองคนที่ใช้ปืนจ่อมาที่ขมับของเย่เทียนเฉิน ลั่นไกปืนแทบจะพร้อมกัน เพียงแต่น่าเสียดาย เมื่อลูกกระสุนในปืนของพวกเขายิงไปถูกขมับของเย่เทียนเฉินก็เกิดเสียงดังราวกับโลหะกระทบกัน จากนั้นจึงตกลงสู่พื้น ทำให้บอดี้การ์ดที่ยิงปืนทั้งสองคนตกใจจนตาค้าง
น่าเสียดาย ในตอนที่บอดี้การ์ดสองคนที่ใช้ปืนจ่อหัวเย่เทียนเฉินกำลังตกตะลึงอยู่นั้นก็สิ้