ู่ที่นี่เถอะค่ะ พวกเราจะได้พูดคุยกันได้ แม่ของหนูก็อยากให้พี่อยู่ พี่ชายหนูก็อยากให้พี่อยู่!” เย่เชี่ยนเหวินพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“แต่ว่า…” ฉีหรูเสวี่ยยังรู้สึกเขินอายและรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง จะอย่างไรเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง พอผู้ชายเอ่ยปากเรียกให้เธอพักอยู่ที่บ้านหนึ่งคืน จะมากจะน้อยก็ทำให้ผู้หญิงต้องเขินอาย แล้วทำให้คิดไปไกลอีกด้วย
“หรูเสวี่ย เอาตามนี้แล้วกัน หนูกับเชี่ยนเหวินไปคุยเล่นกันก่อน น้าจะไปทำผลไม้มาให้พวกหนู!”
สุดท้ายฉีหรูเสวี่ยก็รั้งอยู่ ความจริงแล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกเขินอายและลำบากใจอยู่บ้าง แต่ในใจก็ยังรู้สึกดีใจ เพราะหาได้ยากที่เย่เทียนเฉินจะยอมให้ตนอยู่ที่บ้านตระกูลเย่ นี่ไม่ได้หมายความว่าเขามีความรู้สึกกับตนบ้างหรือ?
“พี่สาวหรูเสวี่ย พี่ชายของหนูอาจจะชอบพี่แล้วก็ได้?” เย่เชี่ยนเหวินจงใจพูดขึ้นพลางมองไปยังฉีหรูเสวี่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“เด็กคนนี้นี่ พูดอะไรกัน เรื่องไม่เป็นเรื่อง…” ฉีหรูเสวี่ยหยิกเย่เชี่ยนเหวินอย่างแรง พูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“ฮี่ๆ พี่สาวหรูเสวี่ยเขินแล้ว!” เย่เชี่ยนเหวินหัวเราะร่าออกมา พูดหยอกล้อฉีหรูเสวี่ยต่อไป
“เด็กคนนี้นี่ วันๆ ไม่ตั้งใจเรียน เอาแต่ถามเรื่องของผู้ใหญ่ คอยดูเถอะว่าพี่จะจัดการเธอยังไง…”
ฉีหรูเสวี่ยและเย่เชี่ยนเหวินเอะอะกันขึ้นมา หลัวเยี่ยนที่เตรียมผลไม้อยู่ในครัวก็รู้สึกดีใจ ไม่ว่าจะอย่างไรลูกชายก็รั้งฉีหรูเสวี่ยให้อยู่ต่อ แสดงว่าเข