าไม่ได้มีความประทับใจที่ย่ำแย่อะไรต่อฉีหรูเสวี่ย กลับกัน ที่ทั้งสองคนเจอหน้ากันก็ทะเลาะนั้น ในสายตาของคนนอกไม่แตกต่างอะไรจากคู่รักที่ทะเลาะเบาะแว้งกันเลย
“ไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วย หนูพูดความจริง หนูพูดความจริง…”
เย่เชี่ยนเหวินถูกฉีหรูเสวี่ยกดลงบนโซฟาแล้วจักจี้จนเกือบจะรับไม่ไหวแล้ว จึงรีบเอ่ยปากยอมแพ้ ฉีหรูเสวี่ยไม่สนใจ เชี่ยนเหวินเด็กคนนี้ เป็นคนร่าเริงมาโดยตลอด แต่จะอย่างไรก็ยังกล้ามาหยอกล้อตน ถ้าไม่จัดการให้ดีเธอก็จะไม่รู้จักคำว่าร้ายกาจ
“สำนึกผิดแล้วใช่ไหม หึ เด็กน้อย คอยดูเถอะว่าพี่จะลงโทษเธอยังไง!” ฉีหรูเสวี่ยยิ้มหวานไปพลางใช้มือจักจี้เย่เชี่ยนเหวินอย่างเอาจริงเอาจังไปพลาง
“อา…ฮ่าๆๆ ที่หนูพูดเป็นความจริงทั้งหมด พี่ดูสิเมื่อก่อนพี่ชายของหนูวันๆ ไม่อยากจะให้พี่อยู่ที่บ้าน ตอนนี้ถึงกับรั้งที่ให้อยู่ค้างคืนด้วยตัวเอง เปลี่ยนแปลงไปมากเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือในวันที่รู้ว่าพี่จะต้องหมั้นกลับฉินเหิง พี่ชายของหนูก็ขังตัวเองอยู่ในห้องหนึ่งวันเต็มๆ เลย…” เย่เชี่ยนเหวินถูกจักจี้จนรับไม่ไหว จึงพูดขึ้นพลางหัวเราะออกมา
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เชี่ยนเหวิน ฉีหรูเสวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะหยุดมือทั้งสองของตน ในใจรู้สึกซาบซึ้งใจ ตลอดมาเขาเธอคิดว่าเย่เทียนเฉินไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อเธอ คนคนนี้ไม่เกลียดเธอก็บุญแล้ว จะมาชอบเธอได้อย่างไร? คิดไม่ถึงว่าในตอนที่รู้ว่าต