ยวเหรอ? คิกๆ ต่อให้ฉันขี้เหนียวยังไงก็สู้นายไม่ได้หรอก…มีฐานะเป็นประธานกรรมการที่มีมูลค่านับร้อยล้าน แต่ก็ยังทำใจซื้อของขวัญให้น้องกับแม่ไม่ได้ ยังมีคนที่ขี้งกกว่านายอีกเหรอ?” ฉีหรูเสวี่ยจงใจพูดหยอกล้อเย่เทียนเฉินขึ้นมา
ประโยคนี้ทำให้เย่เทียนเฉินหมดอารมณ์จริงๆ ในใจของเขาไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าครอบครัวแล้ว เพียงแต่เขาคนนี้บางทีก็แสดงออกไม่เก่ง ตั้งแต่ที่ได้เป็นประธานกรรมการเครือไห่หวางจนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่ได้แสดงความกตัญญูอะไรต่อพ่อแม่จริงๆ และไม่เคยซื้อของขวัญอะไรให้น้องด้วย เมื่อคิดดูแล้วก็รู้สึกผิดอยู่ในใจ
“ทำไม? พูดไม่ออกเลยเหรอ? นาย…” ฉีหรูเสวี่ยคิดว่าเย่เทียนเฉินโกรธ แต่ก็ไม่คิดที่จะขอโทษอะไร ดังนั้นจึงพูดกระตุ้นเย่เทียนเฉินต่อไป
ไหนเลยจะรู้ว่าในตอนนี้เอง เย่เทียนเฉินจะยืนขึ้นจากม้านั่งหินอย่างฉับพลัน พูดกับฉีหรูเสวี่ยขึ้นมาประโยคหนึ่งอย่างจริงจัง “เธอรอฉันอยู่ที่นี่อย่าไปไหนนะ ฉันจะรีบกลับมา”
“นี่…นาย…” ฉีหรูเสวี่ยยังไม่ทันได้พูดอะไรเย่เทียนเฉินก็หายไปแล้ว ไม่รู้ว่าไปที่ไหน
ตอนนี้เอง ภายในห้องโถงของคฤหาสน์ตระกูลเย่ หลัวเยี่ยนและเย่เชี่ยนเหวินสองแม่ลูกกำลังพูดคุยกันอย่างเบิกบานใจ ส่วนหัวข้อที่พูดคุยกันย่อมต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับเย่เทียนเฉิน ไม่กล่าวไม่ได้ว่า ถึงแม้เย่เชี่ยนเหวินแล้วเย่เทียนเฉินจะทะเลาะกันบ่อย แต่ความสัมพันธ์ก็ดีมาก ในตอนที่รู้ว่าจดหมายฉบับนั้นเป็นหลิงอวี่สวิ๋นท