ี่ส่งมาให้ เย่เชี่ยนเหวินก็เกิดอย่าซุบซิบขึ้นมา แล้วก็ดีใจมากด้วย หลัวเยี่ยนเล่าเรื่องเกี่ยวกับหลิงอวี่สวิ๋นให้ฟังว่า ในตอนที่หลิงอวี่สวิ๋นเล่นกับเย่เทียนเฉินตอนเด็กๆ เย่เชี่ยนเหวินก็เพิ่งจะเดินได้ ตอนนั้นเธอเอาแต่เดินตามติดอยู่ข้างหลังเรียกพี่ชายพี่สาวอวี่สวิ๋น ต้องการให้พานางไปเล่นด้วยกัน
“ไม่จริงน่ะ แม่คะ แม่ดูผิดไปหรือเปล่า พี่ชายของหนูเป็นคนที่มีอีคิวติดลบ ถึงกับได้รับความรักจากสาวงามทั้งสองอย่างพี่สาวหรูเสวี่ยและพี่สาวอวี่สวิ๋นเลยเหรอ จะโชคดีเกินไปแล้ว!” เย่เชี่ยนเหวินเปิดปากพูดอย่างตื่นตะลึง
“เด็กคนนี้นี่ มิน่าล่ะพี่ชายของลูกถึงไม่ยอมเพิ่มค่าขนมให้ มีใครเขาพูดกับพี่ชายของตนแบบนี้บ้าง? ก่อนหน้านี้พวกเรากังวลว่าเขาจะมีปมในใจ ถึงได้วุ่นวายอยู่กับเรื่องของการหาแฟน ตอนนี้ก็มีตัวเลือกแล้วควรจะดีใจถึงจะถูก!” หลัวเยี่ยนยิ้มฟังพูดตำหนิลูกสาว
เมื่อเห็นว่าแม่ดีใจขนาดนี้ เย่เชี่ยนเหวินก็หัวเราะออกมา พูดตามจริงเธอเองก็ดีใจกับพี่ชายของตน เพียงแต่เคยชินที่จะพูดแซะพี่ก็เท่านั้น หยอกล้อให้สนุกสนานกันเท่านั้น ถึงได้พูดออกมาแบบนี้ ตอนนี้เมื่อเห็นแม่ยิ้มจนหุบไม่ลงก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเสียงเบา “แม่คะ ถ้างั้นแม่อยากให้ใครมาเป็นลูกสะใภ้ของแม่มากกว่ากัน?”
“นี่นะเหรอ…แม่ก็ไม่รู้” หลัวเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่เคยคิดถึงปัญหานี้เลยจริงๆ ขอแค่ลูกชายมีตัวเลือกที่ดีก็รู้สึกดีใจแล้ว
“ถ้าหากว่าจำเป็นต้