ย่างมีชีวิตแน่…” หลัวเสียนเม่ยเห็นเย่เทียนเฉินเดินมาทางพวกเขา จึงอดไม่ได้ที่จะพูดออกมาอย่างโหดเหี้ยม
เย่เทียนเฉินไม่ได้พูดอะไร ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ดูไร้พิษภัย ก้าวเดินไปยังจางอวิ๋น จางอวิ๋นในตอนนี้ถูกตบจนใบหน้าบวมเป่งเหมือนกับหมู เจ็บจนต้องซี้ดปาก เมื่อเห็นเย่เทียนเฉินเดินมาหาตน ในดวงตาก็ปรากฏความหวาดกลัวขึ้น เขาจางอวิ๋นทำตัวยโสโอหังอยู่ในตระกูลหลัวจนเคยชินแล้ว ต่อให้เป็นภายนอกก็เกรงว่าจะไม่มีใครกล้าอัดเขา แต่เย่เทียนเฉินไม่พูดพร่ำทำเพลง เพิ่งจะมายังตระกูลหลัวไม่ถึงครึ่งวันก็ตบหน้าเขาไปสองครั้งแล้ว คนคนนี้มีนิสัยอย่างไรกันแน่ จะทำให้คนคาดเดาไม่ได้มากไปแล้ว จะแปลกเกินไปแล้ว
“แก..แกคิดจะทำอะไร?” จางอวิ๋นนั่งยืดตัวตรงด้วยความหวาดกลัว มองเย่เทียนเฉินแล้วถามอย่างตึงเครียด
“แกดูสิว่าที่นี่ต่างก็เป็นญาติผู้ใหญ่แกทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าแกควรจะลุกขึ้นหรือไง? ไม่ควรส่งเก้าอี้ออกมาหรือไง?” เย่เทียนเฉินมองจางอวิ๋นแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“แก…” จางอวิ๋นมองเย่เทียนเฉินด้วยความโกรธอย่างหาใดเปรียบ ต่อหน้าของคนมากมายขนาดนี้จะให้เขายืนขึ้นแล้วมอบเก้าอี้ออกไป ช่างน่าขายหน้าจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นตลอดมาเขาจางอวิ๋นก็มีอำนาจมากในตระกูลหลัว อีกทั้งยังมีแม่ที่มีนิสัยฉุนเฉียวง่าย ใครกล้ามาทำให้เขาได้รับความอับอายต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้บ้าง?
“ไอ้เด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน กล้ามาบอกให้ลูกชายของฉันมอบที่นั