่งให้แก แกคู่ควรหรือไง?” ทันใดนั้นหลัวเสียนเม่ยลุกขึ้นยืนจากบนที่นั่ง มองเย่เทียนเฉินอย่างขบเคี้ยวเคี้ยวฟันแล้วตะโกนออกมา
เมื่อครู่นี้ถึงแม้ว่าหลัวเสียนเม่ยและจางอวิ๋นจะถูกเย่เทียนเฉินอัด และรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง เพราะคิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะถึงกับกล้าลงมือได้ คิดไม่ถึงว่าจะถึงกับกล้าทำตัวเป็นศัตรูกับญาติผู้ใหญ่มากมายขนาดนี้ ตอนนี้เมื่อได้สติกลับมาจึงรู้สึกโกรธเคืองมากและยิ่งทำตัวยโสโอหังมากขึ้นอีกด้วย คิดว่าต่อให้เย่เทียนเฉินและหลัวเยี่ยนจะร้ายกาจขนาดไหนก็ไม่ใช่คู่มือของคนตระกูลหลัวเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลัวฉี เขาเป็นคนที่ใกล้จะได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหลัวคนต่อไป จะต้องไม่ยอมปล่อยหลัวเยี่ยนไปแน่
เมื่อปีนั้นที่ทำให้เรื่องของหลัวเยี่ยนและเย่หงเป็นเรื่องใหญ่ คนที่ลงแรงมากที่สุดก็คือหลัวฉี เนื่องจากเมื่อปีนั้นเขาเป็นคนที่ไม่เรียนหนังสือ แต่หลัวเยี่ยนผู้เป็นน้องสาวกลับแสดงความเฉลียวฉลาดออกมา กระทั่งคุณลุงทั้งหลายของตระกูลหลัวก็ยังอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ ในตอนนั้นหลัวเหยียนซงผู้เป็นพ่อก็ได้คิดถึงตำแหน่งผู้นำตระกูลแล้ว และได้เลือกหลัวเยี่ยนผู้เป็นลูกสาวให้รับผิดชอบต่อไป ถึงแม้ในตระกูลหลัวจะยังมีคนคัดค้าน แต่ท่าทีของหลัวเหยียนซงก็เด็ดขาดมั่นคงมาก จนกระทั่งหลัวเยี่ยนและเย่หงรักกัน หลัวฉีจึงได้รู้ว่าโอกาสของเขามาถึงแล้ว ขอเพียงไล่หลัวเยี่ยนออกไปจากตระกูลหลัวได้ เขาก็จะมีโอกาสที่จะได้เป็นผู้