ลย และดูเหมือนกับไม่คิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาอย่างไรอย่างนั้น
“เรียกผู้คุ้มกัน เรียกผู้คุ้มกัน…” หลัวเสียนเม่ยตกใจจนนิ่งงันไปแล้วโดยสิ้นเชิง เธอรีบผละออกมาจากที่นั่ง วิ่งไปยังข้างกายของลูกชายที่กำลังส่งเสียงกรีดร้องและชักดิ้นชักงออยู่บนพื้น ตะโกนออกมาเสียงดัง
“ตอนนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันต้องการที่จะทำอะไร? อย่าคิดว่าพวกคุณมีคนมาก ก็จะทำอะไรกับผมและแม่ได้ ก็แค่ไอ้แก่ที่ไร้มนุษยธรรมกลุ่มหนึ่ง ผมไม่เกรงใจหรอกนะ!” ในตอนนี้ เย่เทียนเฉินโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว แม่ของเขาอดทนได้ แต่เขาทำไม่ได้ เพราะเขาไม่อาจเห็นแม่ของตนได้รับการข่มขู่คุกคาม และรู้ว่าคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปแน่ ถ้าไม่ลงมือจะทำอะไรได้อีก? หรือกับพวกที่ไร้มนุษยธรรมเหล่านี้ กับไอ้แก่ที่ไม่เห็นแก่ญาติมิตรเหล่านี้ยังต้องพูดคุยกันอย่างมีเหตุผลอีก?
“เย่เทียนเฉิน ฉันไม่สนว่าหลังจากที่แกกลับมายังเมืองหลวงจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง จะทำเรื่องอะไรมาบ้าง แต่วันนี้แกคงยากที่จะมีชีวิตออกไปจากตระกูลหลัวแล้ว!” ในที่สุดหลัวฉีก็อดทนต่อไปไม่ไหว มองเย่เทียนเฉินอย่างโหดเหี้ยมแล้วพูดขึ้น
หลายปีมานี้ หลัวฉีสงบนิสัยดั้งเดิมของตนเองลงไปไม่น้อย แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่สิ่งที่เขาเสแสร้งออกมาเท่านั้น เพราะเขาต้องการที่จะรอ รอหลัวเหยียนซงผู้เป็นพ่อส่งมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลให้แก่เขา ต้องการรอให้หลัวเหยียนซงตายไปก่อน เช่นนั้นเขาก็จะกลายเป็นผู้นำตระกูลและสามาร