ถทำทุกอย่างได้ตามแต่ใจต้องการ ก่อนหน้านี้เขาจำเป็นที่จะต้องอดทน จำเป็นที่จะต้องเสแสร้งว่าตนเองเปลี่ยนไปแล้วและรู้ความขึ้นแล้ว
ตอนนี้เย่เทียนเฉินทําร้ายคนต่อหน้าเขาครั้งแล้วครั้งเล่า นี่ไม่เพียงแต่เป็นการทำร้ายจางอวิ๋นต่อหน้าผู้คน แต่ยังเท่ากับเป็นการตบหน้าเขาหลัวฉีอีกด้วย เป็นการไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา จะให้เขาที่เป็นว่าที่ผู้นำตระกูลแห่งตระกูลหลัวเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? ดังนั้นหลัวฉีจึงเอ่ยปากขึ้นมาแล้ว แสดงท่าทีออกมา เขาตัดสินใจเอาไว้ในใจเรียบร้อยแล้วว่า ต่อให้เขาจะไม่อะไรกับหลัวเยี่ยนผู้เป็นน้อง แต่ก็ต้องฆ่าเย่เทียนเฉินให้ได้ มิฉะนั้นวันหน้าหากอีกฝ่ายรุ่งเรืองขึ้นมาจริงๆ เขาหลัวฉีคงวุ่นวายมาก
“เรียกผู้คุ้มกัน? ฉันว่าช่างมันเถอะ คนพวกนั้นมาก็ต้องตาย!” เย่เทียนเฉินมองหลัวฉีแล้วพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย
“แก…หึ ฉันจะดูซิว่าแกจะร้ายกาจขนาดไหน ถึงได้กล้ามาเป็นศัตรูกับพวกเราตะกูลหัวทั้งตระกูล!” หลัวฉีโบกมือ มีคนออกไปเรียกผู้คุ้มกันมา ผู้คุ้มกันของตระกูลหลัวย่อมเป็นผู้คุ้มกันพร้อมอาวุธปืน ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก
เย่เทียนเฉินไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแย้มยิ้มเล็กน้อย ถือเก้าอี้ที่จางอวิ๋นนั่งเดินไปยังข้างกายของหลัวเยี่ยนแล้วจึงวางเก้าอี้ตัวนั้นไว้ด้านหลัง ก่อนจะกล่าวว่า “แม่ครับ มานั่งเถอะ ผมจะเป็นผู้ดูแลให้แม่เอง!”
“เทียนเฉิน…อย่าทำแบบนี้เลย…ยังไงพวกเขาก็…” หลัวเยี่ยนยังคงมีจิตใจดีงาม ในสายตาของเขาคุณ