ทียนเฉินพบว่าหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่อยู่ที่บ้านคนเดียว กำลังร้องไห้อยู่ในห้องโถง จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปถามอย่างร้อนใจ “แม่ครับ แม่เป็นอะไร?”
“มะ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร…” หลัวเยี่ยนกำลังเสียใจกับเรื่องที่เธอกำลังคิด กระทั่งลูกชายเปิดประตูกลับมาก็ไม่รู้ตัว จนกระทั่งได้ยินเสียงของเย่เทียนเฉินถึงได้รู้ว่าลูกชายกลับมาแล้ว เธอรีบเช็ดน้ำตาแล้วพูดขึ้น
เย่เทียนเฉินมองหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่ ต่อให้นี่จะไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเขา แต่เขาก็ให้ความสำคัญยิ่งกว่าแม่แท้ๆ เพราะสำหรับเด็กกำพร้าแล้ว สำหรับคนที่ไม่เคยได้รับความรักและความอบอุ่นของครอบครัว จินตนาการได้เลยว่าจะเห็นครอบครัวสำคัญขนาดไหน มิฉะนั้นเย่เทียนเฉินคงไม่ใคร่ครวญให้มาก คงจะไปตามหาความลับในเรื่องของค่ายกลเคลื่อนย้ายแล้วไปจากที่นี่แล้ว
“แม่ครับ มีเรื่องอะไรก็พูดกับผมเถอะ แม่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว!” เย่เทียนเฉินพูดพลางหัวเราะฮี่ๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน และยังมีท่าทางตลกของเขาอีก หลัวเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะทั้งน้ำตา พูดออกมาด้วยน้ำเสียงขมขื่นว่า “ย่าของแม่ป่วย ท่านเป็นยายทวดของลูก อาการสาหัสมาก แม่อยากจะไปเยี่ยม…”
“คุณยายทวดป่วยเหรอครับ? งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะครับ ตอนนี้เราไปบ้านเดิมของแม่กันเถอะ!” เย่เทียนเฉินรีบเอ่ยปากพูด
ไม่ว่าจะเป็นเย่เทียนเฉินในสมัยก่อนหรือว่าจะเป็นเย่เทียนเฉินในตอนนี้ ต่างก็ไม่เคยได้ยินหลัวเยี่ยนพูดถึงตระกูลเดิมมาก่อน