นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยิน ตอนนี้เมื่อคิดดูก็รู้สึกว่าแปลกอยู่บ้างจริงๆ ทำไมแม่ถึงไม่เคยไปมาหาสู่กับคนตระกูลเดิมมาก่อน? แต่ดูจากสีหน้าของเธอแล้วดูเหมือนว่าจะกังวลใจเป็นอย่างมาก
แน่นอนว่าไม่ว่าจะอย่างไร ย่าของหลัวเยี่ยนก็เป็นยายทวดของเย่เทียนเฉิน ตอนนี้คุณยายทวดป่วยหนัก แม่เสียใจจนน้ำตาไหล ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องกลับไปเยี่ยม มิฉะนั้นเกรงว่าคงจะเป็นความเสียใจของหลัวเยี่ยนไปชั่วชีวิต
“แม่ครับ พวกเราขับรถไปกันตอนนี้เลยเถอะ!” เย่เทียนเฉินพูดว่าจะขับรถไปเลย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ไปทำงานที่เครือไห่หวาง แต่ฉีหรูเสวี่ยและพี่ชายของเธอก็เป็นคนมีความสามารถในการควบคุมงาน ดังนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่เย่เทียนเฉินกำจัดตระกูลฉินและตระกูลลั่ว ตระกูลฉีก็เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเขา กระทั่งผู้อาวุโสแต่กูฉีก็ยังพูดว่า ถ้าหากฉีหรูเสวี่ยและเย่เทียนเฉินมีวาสนาต่อกันจริงๆ ไม่สู้ให้พวกเขาอยู่ด้วยกันไปเลย จินตนาการได้เลยว่าเปลี่ยนมุมมองไปมากขนาดไหน
“เทียนเฉิน อย่ารีบร้อนไปเลย นั่งลงก่อน แม่จะพูดเรื่องเกี่ยวกับทางฝั่งของคุณยายทวดของลูกให้ฟัง…” หลัวเยี่ยนเรียกให้เย่เทียนเฉินหยุดลง คิดจะพูดเรื่องตระกูลเดิมของเธอให้ลูกชายฟัง จะอย่างไรลูกชายก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
เย่เทียนเฉินนั่งลงข้างแม่ เขามองออกว่าในตอนที่หลัวเยี่ยนพูดถึงเรื่องตระกูลเดิม ในดวงตามีความเจ็บปวดเจืออยู่ และมีความผิดหวังอยู่ด้วย
“ลูก ตอ