เมื่อเห็นการจัดกระบวนทัพอันแข็งแกร่งนี้ แม้แต่คนโง่ก็ดูออกว่ามู่หรงอวี๋ตูต้องเป็นคนใหญ่คนโตแน่นอน กระทั่งท่านผู้นำสูงสุดของประเทศก็ยังให้ความสำคัญกับเขาอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าคนเช่นนี้มีอำนาจอิทธิพล และทำผลงานให้แก่ประเทศชาติไปไม่น้อย
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เฮยเมี่ยนอับจนคำพูดก็คือ ภายใต้สถานการณ์ที่เคร่งเครียดและอันตรายเป็นอย่างมากเช่นนี้ กลับมีนักศึกษาหญิงแปลกหน้าอายุประมาณ 17-18 ปีคนหนึ่งร่วมวงด้วย และที่ยิ่งทำให้อับจนคำพูดเข้าไปใหญ่ก็คือ เย่เทียนเฉินถึงกลับไม่ถามถึงเหตุผล ก็ตอบรับคำขอของนักศึกษาหญิงแปลกหน้าคนนี้ และต้องการพาเธอเข้าไปในลานด้วยกัน
“หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น ไอ้หนูอย่างแกต้องรับผิดชอบทั้งหมด!” เฮยเมี่ยนหันไปมองเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก
“วางใจเถอะ ผู้หญิงน่ารักแบบนี้ จะเป็นคนชั่วไปได้ยังไง? คนที่ไม่เข้าใจอารมณ์ของหนุ่มสาวอย่างแก มิน่าล่ะทุกครั้งถึงได้ถูกถูกผู้หญิงสลัดทิ้ง สมควรแล้ว…” เย่เทียนเฉินที่เป็นคนที่ไม่เข้าใจความรักของชายหญิงคนหนึ่ง ในตอนนี้ถึงกับกล้าพูดเสียดสีเฮยเมี่ยนออกมาได้
“แก…แกไปฟังใครพูดมา?” เฮยเมี่ยนอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วเอ่ยถามออกมาอย่างดุดัน
“ชางหลาง…อ้อ เขาพูดออกมาโดยไม่ระวังน่ะ!” เย่เทียนเฉินพูดพลางหัวเราะฮี่ๆ
“พวกแก…ชางหลาง ฉันไม่จบกับแกง่ายๆ แน่!” เฮยเมี่ยนกำหมัดแน่น พูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
เย่เทียนเฉินเห็นว่