าเฮยเมี่ยนถูกทำให้โกรธจนหน้าเขียวเข้าจริงๆ ก็อดไม่ได้ที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อวันนั้นเขาลากชางหลางมาดื่มเหล้าด้วยกัน สุดท้ายทั้งคู่ก็ดื่มจนเมา ชางหลางเองก็พูดจาออกมามั่วซั่วไปหมด ในตอนที่พูดถึงเฮยเมี่ยน ก็ได้พูดถึงเรื่องน่าอายของเฮยเมี่ยนออกมาเล็กน้อย ตอนนี้ถูกเย่เทียนเฉินเอามาใช้ยั่วยุเฮยเมี่ยนต่อหน้า แน่นอนว่าเฮยเมี่ยนจะต้องโกรธจนอยากจะอัดคน
ในตอนที่เย่เทียนเฉิน เฮยเมี่ยน และนักศึกษาหญิงตัวน้อยแปลกหน้าคนนั้น เดินไปถึงลานด้วยกัน พบว่ากลางลานมีโต๊ะหินอยู่ตัวหนึ่งและเก้าอี้อยู่สามตัว ที่โต๊ะมีชายชราสวมชุดทหารนั่งอยู่ อายุประมาณ 60 ปี หน้าเหลี่ยม โกนหัวจนเกลี้ยง มีบรรยากาศดุดัน ด้านหลังของเขามีบอดี้การ์ดถือปืนท่าทางแข็งแกร่งยืนอยู่สองคน
เชื่อว่าชายชราสวมชุดทหารคนนี้จะต้องเป็นมู่หรงอวี๋ตูแน่นอน เป็นชายชาติทหารที่ผ่านสนามรบมานับร้อยจริงดังคาด ในความคิดของเย่เทียนเฉิน ชายชราคนนี้ดูมีอำนาจเป็นอย่างมาก มีความยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจสั่นสะเทือนดั่งเขาไท่ซาน
ฝั่งตรงข้ามของมู่หรงอวี๋ตูมีชายชราอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ คนคนนั้นทั้งเส้นผมและหนวดเคราต่างขาวโพลนไปหมดแล้ว ดูผิวเผินมีรูปร่างผอม แต่ดวงตาเปล่งประกาย ในตอนที่พวกเย่เทียนเฉินทั้งสามคนเดินเข้ามา สายตาของชายชราคนนั้นก็มองมายังเย่เทียนเฉินครู่หนึ่ง คล้ายกับต้องการมองให้เห็นถึงอะไรบางอย่าง
“พี่อีเต๋อ ผมมู่หรงอวี๋ตู ชีวิตนี้ไม่เคยขอร้องใครมาก่อน แ