รวจสอบพบเบาะแสอะไรบ้างแล้ว?” เย่เทียนเฉินหยิบบุหรี่ออกมามวนนึง จุดบุหรี่ขึ้นสูบแล้วถามออกมา
“ไม่ขอปิดบังนาย ที่ฉันต้องการตรวจสอบเรื่องนี้ให้กระจ่างชัดและจับตัวผู้ร้ายหลังม่านออกมา สาเหตุสำคัญเพราะว่าหลายปีมานี้ฉันรู้สึกได้ว่า คนที่อยู่หลังม่านต้องการที่จะจัดการกับตระกูลหลิ่วของฉันมาโดยตลอด ส่วนเรื่องที่ตระกูลเย่ของนายก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ คนในตระกูลก็ไม่อาจทำผลงานออกมาได้เลยแม้แต่น้อยก็อาจจะเป็นเพราะสาเหตุนี้…” หลิ่วหรูเหมยมองเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้นอย่างจริงจัง
“ความหมายของเธอก็คือ คนที่อยู่หลังม่านต้องการจัดการกับตระกูลเย่และตระกูลหลิวของพวกเราไปพร้อมๆ กัน ต้องการดึงตระกูลของพวกเราไปสู่ความตายงั้นหรือ?” เย่เทียนเฉินถามอย่างสงสัย
“ถูกต้อง!”
เย่เทียนเฉินขมวดคิ้ว รู้สึกคำพูดของหลิ่วหรูเหมยมีเหตุผล ในขณะเดียวกันก็รู้สึกแปลกใจ บุคคลหลังม่านผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ที่ไม่ธรรมดาก็นั้นไม่ใช้เพราะเขาต้องการจัดการกับตะกูลหลิ่วและตะกูลเย่ แต่เป็นเพราะเรื่องที่เขาควบคุมและจัดการทุกอย่างอยู่ในเงามืดมาตลอดหลายปี จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ ดูแล้วบุคคลหลังม่านคนนี้ร้ายกาจมาก ด้วยอำนาจของตระกูลหลิ่วในตอนนี้ก็ยังหาไม่พบ ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ
“ว่าต่อไป…” เย่เทียนเฉินได้สติกลับมาจึงสูบบุหรี่เข้าไปครั้งหนึ่งแล้วกล่าวขึ้น
“ไป๋อู่ หากต้องการตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนจำเป็นต้องเริ่มจากไป๋อู่ แต่