ถ้าคนอื่นๆ ของพวกเราเข้าใกล้ไป๋อู่ เขาจะต้องระมัดระวังตัวแน่ นายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะก่อนหน้านี้นายก็เป็นคุณชายเสเพล เชื่อว่าหากจะเข้าไปตีสนิทกับเขาอีกครั้งก็คงไม่มีปัญหา!” มุมปากของหลิ่วหรูเหมยปรากฏรอยยิ้ม มองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้น
“ไป๋อู่เป็นเบาะแสก็จริง แต่ฉันไม่ได้ไปคลุกคลีกับวงสังคมพวกนั้นนั้นมาหลายปีแล้ว ถึงแม้จะยังมีตำนานของฉันอยู่ก็ไม่แน่ว่าจะใช้การได้!” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยท่าทางขึงขัง
ในตอนนี้หลิ่วหรูเหมยและหย่งชุนไท่มีความรู้สึกอยากจะอัดเย่เทียนเฉินสักยก เจ้าหมอนี่บางครั้งก็ทำเป็นเล่นมากเกินไปแล้ว ทั้งๆ ที่พูดว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่ก็ยังทำนิสัยเหลวไหลออกมาอีก ช่างทำให้อับจนคำพูดจริงๆ
“พูดแบบนี้แสดงว่านายตกลงแล้วใช่ไหม? พวกเราจะร่วมมือกันหาคนที่อยู่หลังม่านนั้นออกมา จะไม่ให้เขาสร้างปัญหาให้กับตระกูลเย่และหลิ่วของพวกเราอีก!” หลิ่วหรูเหมยเอ่ยถามพลางมองไปยังเย่เทียนเฉิน
“อืม ถ้าว่างฉันจะไปเทียนซ่างเหรินเจียนสักครั้ง ส่วนเรื่องที่พวกเธอต้องทำ ฉันคิดว่าในตอนที่ยังไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็อย่าได้ติดต่อกันอีก หากเป็นเหมือนที่เธอพูดจริงๆ ที่ว่าหลายปีมานี้คนหลังม่านยังสนใจที่จะควบคุมเรื่องอะไรพวกนั้นอยู่ ฉันเชื่อว่าตอนนี้พวกเราคงถูกเขาจับตามองอยู่แน่นอน!” ในระหว่างที่เย่เทียนเฉินพูด พลังพิเศษแห่งการรับรู้พลันแผ่ขยายออกไปในชั่วพริบตา หากว่าพบคนน่าสงสัย เขาจะต้องลงม