้ว่าเมื่อคืนเย่เทียนเฉินและเสี้ยวหยาไปเจออะไรมา เนื้อหาในบทสนทนาของเย่เทียนเฉินและเสี้ยวหยาหมายถึงอะไรกันแน่
“พวกเธอ…หรือว่าพวกเธอสองคน…จะ…กันแล้ว? เร็วจริงๆเลย…” ทันใดนั้นหลิงอวี่สวิ๋นพลันคิดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งออกมา จึงมีท่าทางตกใจจนหน้าซีด เอ่ยถามขึ้นมาด้วยคำพูดติดอ่าง
“หือ? พี่อวี่สวิ๋น พี่หมายถึงอะไรคะ?” เสี้ยวหยาเอ่ยถามพลางมองไปยังหลิงอวี่สวิ๋นด้วยความสงสัย
“เมื่อคืนพวกเธอสองคนไปเปิดห้องกันใช่ไหม? ไอ้บ้านี่ทำเธอ…”หลิงอวี่สวิ๋นแลบลิ้นออกมา
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิงอวี่สวิ๋น เย่เทียนเฉินและเสี้ยวหยาก็เกือบจะสะดุดล้มลงกับพื้น ทำไมพวกเขาจะคิดไม่ได้ว่าหลิงอวี่สวิ๋นเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมาเพราะไม่เข้าใจในบทสนทนาของพวกเขา แน่นอนว่านี่ต้องโทษคำพูดของเย่เทียนเฉินและเสี้ยวหยาที่ทำให้คนอื่นเข้าใจไปในเรื่องนั้นได้ง่าย คนนึงพูดว่าเธอไม่เป็นไรใช่ไหม อีกคนพูดว่าไม่เจ็บ เหมือนกับบทสนทนาระหว่างหญิงชายที่เปิดห้องกันเป็นครั้งแรก
“ความคิดของเธอจะลามกเกินไปแล้ว ให้เกียรติใบหน้าสวยๆ ของเธอด้วยเถอะ!” เย่เทียนเฉินเคาะหัวหลิงอวี่สวิ๋นครั้งหนึ่งแล้วพูดขึ้น
“โอ๊ย ไอ้บ้า หาเรื่องหรือไง? หรือว่าเมื่อคืนพวกเธอสองคนไม่ได้…งั้นทำไมถึงถามแบบนั้นออกมาล่ะ?” หลิงอวี่สวิ๋นจ้องไปยังเย่เทียนเฉินอย่างดุดันแล้วพูดขึ้น
“ใช่ที่ไหนกันคะพี่อวี่สวิ๋น ไม่ใช่แบบที่พี่คิดนะคะ ไม่มีเรื่องแบบนั้น!” ใบหน้าเล็กๆ ของเสี้ยวห