หนีจากการสะกดจิตของตนเองได้
“นาย…นายคิดจะทำอะไร?” ฉินเหยาเยว่มองเย่เทียนเฉินแล้วเอ่ยถามอย่างตึงเครียด
“เอ๋? ไม่มีอะไรครับ คุณเข้ามาใกล้แบบนี้ แล้วยังมีของทรงพลังขนาดนี้อีก ผมย่อมต้องช่วยนวดให้มันสักหน่อย!” เย่เทียนเฉินหัวเราะฮี่ๆ แล้วพูดขึ้นด้วยท่าทางอันธพาล
ฉินเหยาเยว่มองเย่เทียนเฉินครั้งหนึ่ง พยายามสงบจิตใจแล้วพูดขึ้นว่า “ไปเถอะ เธอก็คงจะคุ้นเคยกับตึกนี้พอประมาณแล้ว วันหน้ามาเข้าเรียนก็อย่ามาสายล่ะ!”
“เอ๋ ความจริงแล้วผมไม่ชอบเข้าเรียนเท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้ มีอาจารย์สาวสวยแบบคุณอยู่ ผมจะไม่มาเข้าเรียนทุกวันได้ยังไงล่ะครับ!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยใบหน้าทะเล้น
“นี่เธอพูดแล้วนะ หากว่ามีคาบไหนที่ครูเห็นว่าเธอไม่มา จะไม่ปล่อยเธอไปแน่!” ฉินเหยาเยว่เองก็พูดหยอกล้อด้วยรอยยิ้ม
“งั้นพวกเราก็พูดคำไหนคำนั้น!”
เย่เทียนเฉินเดินออกมาจากตึกภาควิชาโบราณคดี เขาเดินตรงไปข้างหน้า ไปยังทิศทางของหอนักศึกษาหญิง ตลอดทางก็ไม่ได้หันกลับไป เพราะเขารู้ว่าฉินเหยาเยว่กำลังยืนมองเขาอยู่บนตึกภาควิชาโบราณคดี ดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ รวมกับใบหน้างดงามไร้ที่ติ เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชายคนใดก็ตามหลงใหล เมื่อครู่นี้เขาก็เกือบจะตกหลุมของฉินเหยาเยว่แล้ว
ถึงแม้ก่อและหลังช่วงเวลาที่ปะทะกันนั้น ทั้งสองจะมีท่าทางธรรมชาติอย่างมาก เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าต่างก็ถูกทำให้ตกตะลึงไปแล้ว ฉินเหยาเยว่ไม่ต้องพูดถึง เคล็ดว