ิชาสะกดจิตของเธอ แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยล้มเหลวมาก่อน ครั้งนี้ถึงกับถูกเย่เทียนเฉินทำลาย ประหลาดใจจนทนไม่ไหวไปตั้งนานแล้ว คิดว่าไม่ผิดไปจากข่าวลือ เย่เทียนเฉินลึกล้ำเกินคาดเดา ไม่ใช่เย่เทียนเฉินที่เป็นตัวตลกของทั้งเมืองหลวงแล้ว คนคนนี้กลายเป็นจุดรวมสายตาของกลุ่มอำนาจอิทธิพลลับๆ ทั้งหลาย
ส่วนเย่เทียนเฉินเองก็ประหลาดใจมาก เมื่อคู่นี้เขาเกือบจะทนไม่ไหวจนต้องลงมือกับฉินเหยาเยว่ เพราะเขาคิดไม่ถึงว่าจะกะทันหันและคาดเดาไม่ได้แบบนี้ ในชั่วพริบตาที่ตนเองสบตากับฉินเหยาเยว่นั้น เธอก็ได้ใช้เคล็ดวิชาสะกดจิต ค่อยๆควบคุมเย่เทียนเฉิน เป็นเหตุให้ฉินเหยาเยว่เข้าไปใกล้ขนาดนั้น คิดจะใช้โอกาสนี้ถามความสามารถของเย่เทียนเฉิน อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จแล้ว หากไม่ใช่ว่าในช่วงเวลาสำคัญ แก่นพลังในสมองของเย่เทียนเฉินเกิดการสั่นไหว ทำให้พลังพิเศษในร่างกายของเขาสับสนจนได้สติขึ้นมา เกรงว่าเย่เทียนเฉินจะต้องถูกครอบงำโดยฉินเหยาเยว่ไปแล้ว
“ดูท่าฉินเหยาเยว่จะไม่ใช่อาจารย์ที่ปรึกษาภาควิชาโบราณคดีง่ายๆ แบบนั้นอย่างแน่นอน เธอมาที่มหาวิทยาลัยหลงเถิงเพราะมีเป้าหมาย ถึงกับมีเคล็ดวิชาสะกดจิตที่แข็งแกร่งถึงขั้นนี้ ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าเธอมีฐานะอะไรกันแน่…” ในใจของเย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะคิดอย่างประหลาดใจ
เมื่อครู่นี้ที่เย่เทียนเฉินไม่ได้ลงมือแต่อดกลั้นเอาไว้ ก็เพราะเขาไม่อยากจะแหวกหญ้าให้งูตื่น เขาต้องการรู้ว่าฉินเหยาเยว่เป็นใครกัน