“คุณน้าเกรงใจไปแล้วค่ะ พวกเราและเสี้ยวหยาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ช่วยเหลือเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็เป็นสิ่งที่สมควรแล้ว!” หลิงอวี่สวิ๋นพูดด้วยรอยยิ้มหวาน
“ใช่แล้ว พวกเธอรีบนั่งเถอะ อย่ายืนอยู่เลย!” แม่ของเสี้ยวหยาเห็นเย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋นยังยืนอยู่ จึงรีบเรียกให้พวกเขานั่งลง
“ไม่เป็นไรครับ คุณน้าอยากได้ขยับเลยครับ พวกเราจัดการตัวเองก็ใช้ได้แล้ว!” เย่เทียนเฉินพูดพลางพยักหน้า
ในตอนนี้ เสี้ยวหยาถูกเสียงดังรบกวนจนตื่น ลืมตาขึ้นมาอย่างมึนงง เมื่อเห็นเย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋นมาแล้วจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ ลืมไปเสียสนิทว่าวันแรกเป็นวันลงทะเบียน วันที่สองเป็นวันรายงานตัวกับอาจารย์ที่ปรึกษา ทำแบบนี้หากว่าอยู่ในมหาวิทยาลัย อาจารย์ที่ปรึกษาก็จะดำเนินการจัดการได้ดี
“พี่อวี่สวิ๋น พวกพี่มาได้ยังไงคะ?” เสี้ยวหยาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ฮ่าๆ วันนี้เป็นวันรายงานตัวกับอาจารย์ที่ปรึกษา เธอลืมไปแล้วเหรอ?” หลิงอวี่สวิ๋นอดไม่ได้ที่จะถามด้วยรอยยิ้ม
“เอ๋? แย่แล้ว หนูถึงกับหลับไป ลืมไปรายงานตัวกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่มหาวิทยาลัยเลย!”
เสี้ยวหยาพลันกระวนกระวายขึ้นมา ตั้งแต่เล็กจนโตเธอก็มีผลการเรียนที่ดีเลิศมาตลอด อีกทั้งยังเชื่อฟังคำพูดของอาจารย์และพ่อแม่เป็นอย่างมาก วันนี้เป็นวันรายงานตัวกับอาจารย์ที่ปรึกษาก็ควรจะไปสร้างความประทับใจให้อาจารย์บ้าง ตอนนี้เลยเวลาเที่ยงไปแล้ว ก็ยังไม่ได้ไปมหาวิทยาลัย จะต