้องทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาไม่พอใจอย่างแน่นอน
“งั้นทำยังไงดี หยาเอ๋อร์ ลูกรีบไปมหาวิทยาลัยเถอะ แม่อยู่ที่นี่ก็ไม่เป็นไรแล้ว!” แม่ของเสี้ยวหยาพูดขึ้นด้วยความกระวนกระวาย
“ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก รอให้กินข้าวกลางวันเสร็จก่อน ฉันจะไปส่งเธอเอง แปบเดียวก็เสร็จแล้ว!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“งั้นก็ดีเลย พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ ฉันรู้สึกหิวอยู่บ้างจริงๆ นายจะเลี้ยงอะไรสาวสวยอย่างพวกเราสองคนล่ะ?” หลิงอวี่สวิ๋นเอ่ยถามยิ้มๆ
“อะไรนะ? ไม่ได้บอกว่าเธอจะเลี้ยงเหรอ? ทำไมเป็นฉันอีกแล้วล่ะ?” เย่เทียนเฉินพูดพลางมองไปยังหลิงอวี่สวิ๋นอย่างจนใจ
“เรื่องของการเลี้ยงข้าวเนี่ย มีนายที่เป็นสุภาพบุรุษอยู่ จะมาถึงตาพวกเราทั้งสองคนที่เป็นผู้หญิงได้ยังไง เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว!” หลิงอวี่สวิ๋นยิ้มเจ้าเล่ห์ดูน่ารัก
ในตอนนี้เย่เทียนเฉินถึงจะพบว่า หลิงอวี่สวิ๋นบางครั้งก็เป็นคนเขี้ยวลากดิน และยังมีฝีมืออยู่บ้าง ทั้งๆที่ตอนเริ่มต้นตอบรับไปแล้วว่าวันนี้เธอจะเป็นคนเลี้ยง แต่เมื่อถึงเวลากินข้าว ก็ยังร้องเรียกให้ตนเองเป็นคนเลี้ยง เกินไปแล้วจริงๆ ดูท่าแล้ววันหน้าคำพูดของผู้หญิงคนนี้คงจะเชื่อถือได้น้อยแล้ว
“แม่คะ แม่อยากกินอะไร หนูจะไปซื้อมาให้แม่” เสี้ยวหยาเลยถามผู้เป็นแม่อย่างรู้ความ
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ พวกลูกไปกินกันเถอะ อีกเดี๋ยวพ่อของลูกก็จะมาส่งอาหารแล้ว หลังจากกินข้าวลูกก็ไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัย สร้างความประทับดีๆ ใจให้อาจ